ททท.จัดเทศกาลศิลปะการแสดงริมถนนระดับโลกครั้งแรกกลางเมืองภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นบนถนนสายวัฒนธรรมย่านเมืองเก่าภูเก็ต
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ต มูลนิธิเมืองเก่าจังหวัดภูเก็ต และชมรม Old Phuket Town จัดงานPhuket Street Show Festival 2010หรือ เทศกาลศิลปะการแสดงริมถนนระดับโลกครั้งแรกกลางเมืองภูเก็ต บนถนนสายวัฒนธรรมย่านเมืองเก่าภูเก็ตให้เข้าชมฟรี ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 17-19 ธันวาคม 2553 ระหว่างเวลา 17.00 น. – 23.00 น. บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนถลาง ถนนกระบี่ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ซึ่งมีคณะนักแสดงที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกและในประเทศไทย โดยนำการแสดง Street Performance หลากหลายรูปแบบจากสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เกาหลี ญี่ปุ่น บราซิล ออสเตรเลีย และเยอรมัน รวม 16 คณะ อาทิ
คณะ Acrobuffos จากสหรัฐอเมริกาเป็นการแสดงตลกของนักสู้บอลลูนน้ำที่จะสร้างความสนุกสนานเปียกปอนทั่วตัวนักแสดงและผู้ชมถือเป็นไฮไลต์ของการจัดงานครั้งนี้
คณะการแสดง Aerial Acrobatic (Tissue Act) จากเนเธอร์แลนด์โชว์เด่นของคณะนี้เป็นการเล่นกายกรรมบนริ้วผ้าที่จะทำให้คนดูตื่นเต้นแทบลืมหายใจโดยนักแสดงจะหล่นตัว หมุนตัวอยู่เหนือผู้ชมเป็นการเดินทางจากฟ้าสู่พื้นน่าจับตา
คณะการแสดง Funniest จากเกาหลีเป็นนักแสดงคู่หูคู่ฮา ผู้เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันในทุกท่วงท่าจะมาโชว์ความสามารถที่เกิดจากการประยุกต์การแสดง Circus แบบดั้งเดิมให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมทุกผู้ทุกวัย
คณะการแสดง James จากบราซิลจะเป็นการโชว์ความสามารถระดับ BMX Champion ซึ่งหนุ่มนักแสดงจะควบจักรยาน BMX ได้ ผาดโผนโจนทะยานอย่างน่าตะลึงที่สุดคนหนึ่งของโลก
คณะการแสดง Le Tennis จากฝรั่งเศสเป็นคณะนักแสดง Trio จะมาสร้างเสียงฮาด้วยการแสดง Comedy Juggling ระดับชั้นเซียนที่จำลองเอาสนามเทนนิสสุดป่วนมาให้ทุกคนได้ดูไปขำไป
ประเพณีกินผัก ที่ชาวบ้านและชาวจีนที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตเรียกกันว่า เจี๊ยะฉ่าย นั้น เป็นลัทธิเต๋าซึ่งนับถือบูชาเซียนเทวดา เทพเจ้า วีรบุรุษ เป็นประเพณีที่คนจีนนับถือกันมาช้านานแล้ว โดยเฉพาะคนจีนฮกเกี้ยน วันประกอบพิธีจะตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำถึง 9 ค่ำ ตามปฏิทินจีนของทุกปี
ในปัจจุบันประเพณีเจี้ยะฉ่าย (กินผัก) ของชาวภูเก็ตได้มีการปฏิบัติสืบทอดกันมาทุกปีนับเวลาได้ หลายร้อยปีแล้วซึ่งถือว่าเป็นประเพณีอันดีงามและเป็นประเพณียิ่งใหญ่ของชาวภูเก็ตกับกิจกรรม อิ่มบุญ เสริมบารมี อยู่เย็นเป็นสุข ในช่วงงานประเพณี
21 ก.ย. 2553 - 25 ก.ย. 2553 ณ. จังหวัดนราธิวาส
งานวันลองกอง วันกระจูด งานแข่งเรือกอและหน้าพระที่นั่งชิงถ้วยพระราชทาน การแข่งขันประชันเสียงนกกรงหัวจุก และการแข่งขันประชันเสียงนกเขาชวา
2 ต.ค. 2553 - 11 ต.ค. 2553
จัดบริเวณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 ในวันแรม 1 ค่ำถึงแรม 15 ค่ำเดือนสิบของทุกปี เพื่ออุทิศส่วน
วันจัดงาน : วันที่ 29 – 31 ธันวาคม 2552
สถานที่จัดงาน : ใจกลางเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา
กิจกรรม
ภายในบริเวณงานเน้นแสง สี เสียง ซึ่งเป็นไปในลักษณะกิจกรรมบันเทิงและรื่นเริงต่าง ๆ มีการตกแต่งประดับประดาสถานที่ให้สวยงาม ฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำของเมืองไทย การประกวดวงลูกทุ่ง รวมทั้งการแสดงจากสถานบันเทิง/หน่วยงานต่าง ๆ อีกมากมาย กิจกรรมการแสดงในรูปแบบต่างๆ

ร่วมพิธีเปิดสุดอลังการและขบวนแห่คาร์นิวัล ร่วมเฉลิมฉลองการนับถอยหลังสู่ปี 2010 (Countdown) กิจกรรม “สีสันเสน่หา” เป็นกิจกรรมบันเทิง บนถนนเสน่หานุสรณ์ในรูปแบบต่าง ๆ จากสถานบันเทิง และโรงแรมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา การออกร้านจำหน่ายสินค้าจากห้างร้านต่าง ๆ ,ผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP, ร้านอาหารชื่อดัง ของอำเภอหาดใหญ่ และจังหวัดสงขลา มากกว่า 200 ร้านค้า
สอบถามรายละเอียด
ททท. สำนักงานหาดใหญ่ โทร. 0 7423 1055
วันที่ 1 มกราคม 2553
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครศรีธรรมราช ร่วมกับชมรมรักบ้านเกิดนครศรีธรรมราช และพุทธสมาคมนครศรีธรรมราช กำหนดจัดงานบุญปีใหม่ ให้ทานไฟเมืองนคร ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร วันที่ 1 มกราคม 2553 เพื่อร่วมกันสืบสานประเพณีให้ทานไฟ ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เป็นกิจกรรมต้นแบบของศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนา 364 วันรับ 1 วันให้ ศรัทธาแห่งชีวิต จิตวิญญาณ ด้วยย่างก้าวสู่ความเป็นเมืองมรดกโลก พร้อมรณรงค์นุ่งผ้าถุง คาดผ้าซัก
เมืองนครศรีธรรมราช มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เป็นตำนานเกี่ยวโยงกับพุทธศาสนา ที่หยั่งรากลึกในแผ่นดินสยามและมาลายู ประเพณีให้ทานไฟเป็นอีกประเพณีหนึ่งที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของชาวนครศรี ธรรมราช ถือเป็นการฟื้นฟูและส่งเสริมประเพณีที่มีชีวิตเชื่อมโยงด้วยความศรัทธา จากรุ่นสู่รุ่น โดยถือปฎิบัติมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เป็นการถวายความอบอุ่นด้วยการก่อกองไฟและปรุงอาหารร้อน ๆ และมีการทำขนมพื้นบ้านง่าย ๆ ที่ทำเสร็จภายในเวลาอันรวดเร็ว ได้แก่ ขนมเบื้อง ขนมครก ขนมกรอก ขนมจู่จุน กล้วยแขก ข้าวเหนียวกวน ขนมกรุบ ข้าวเกรียบปากหม้อ เป็นต้น แล้วนำมาถวายพระภิกษุสงฆ์ในตอนเช้าที่มีอากาศหนาวเย็น โดยมีกำหนดการดังนี้
31 ธันวาคม 2552
21.00 น. - เจริญจิตภาวนาบูชาพระธาตุ ณ วิหารหลวง วัดพระธาตุวรมหาวิหาร
1 มกราคม 2553
04.00 น. - เริ่มก่อกองไฟ ณ ลานข้างพระพุทธบาทจำลอง
05.30 น. - พิธีให้ทานไฟ
06.00 น. - ทำบุญตักบาตรปีใหม่ ณ บริเวณหน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
ผู้อำนวยการกล่าวในตอนท้ายว่า เพื่อร่วมใจกันฟื้นฟูงานบุญปีใหม่ให้ทานไฟเมืองนคร จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมบุญโดยการ “หาฟืนเข้าวัด” ตลอดถึงการมีส่วนร่วมกันทำขนมกับคนใจบุญ เรียกว่า ร่วมเป็น ภัตกรณ์ โดยนิมนต์พระ 53 รูป ต้อนรับศักราชใหม่ในปีเสือ 2553 และมีผู้ทำขนมจำนวนมากกว่า 100 ราย พร้อมเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ อิ่มบุญ อิ่มใจ ในงานเทศกาลบุญปีใหม่ ให้ทานไฟเมืองนคร ณ เมืองมงคล คนทำดี
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ททท.สำนักงานนครศรีธรรมราช
โทร.0 7534 6515 6
สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช
โทร.0 7531 7091, 08 1956 4666

เทศกาลโคมไฟ...สีสันเมืองใต้
บริเวณสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2553
ตั้งแต่เวลา 17.00 - 23.00 น.
สวนโคมไฟแห่งความสุข
พบกับ “9 มหัศจรรย์โคมไฟ...โฉมใหม่”
• โคมไฟน้ำแข็ง...ต้นตำรับจากเมืองฮาร์บิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน
“สานสัมพันธไมตรี 35 ปี ไทย-จีน” เนื่องในโอกาสร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธไมตรีครบรอบ 35 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย - จีน
สุดพิเศษ...สัมผัสความหนาวเย็นของอากาศอุณหภูมิติดลบ 30 องศาเซลเซียส (เสมือนยืนอยู่บนขั้วโลกเหนือ) กับโคมไฟชนิดต่างๆ หลากสีสันที่ทำจากน้ำแข็งมากมาย (เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไป โดยเทศบาลนครหาดใหญ่ สนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมจีน สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และ ททท.)
• โคมไฟ 14 จังหวัด สีสันเมืองใต้
ในรูปแบบของดีเมืองใต้ 14 จังหวัดภาคใต้ (ประกอบด้วย 14 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต ยะลา ระนอง สงขลา สตูล และ สุราษฎร์ธานี )
ประเภท - โคมไฟผลไม้ดีเมืองใต้
- โคมไฟสัตว์ขึ้นชื่อเมืองใต้
- โคมไฟอัศจรรย์วัฒนธรรมเมืองใต้
• โคมไฟไทย 4 ภาค
พบกับมิติใหม่กับความคิดสร้างสรรค์โคมไฟ “มงคลชีวิต มงคลแห่งท้องถิ่น” ใน 4 ภาคของประเทศไทย
ภาคเหนือ : โคมไฟมอม
มอม หรือ สิงห์มอม เป็นสัตว์หิมพานต์ รูปร่างลักษณะคล้ายแมว+ ลูกเสือ+ลูกสิงโต เป็นสัตว์พาหนะของเทวดา ชื่อ "ปัชชุนนะเทวบุตร" เทพเจ้าแห่งฝน มีความเชื่อว่าทำให้ ฝนตกตามฤดูกาล บ้านเมืองอุดมสมบูรณ์
ภาคกลาง : โคมไฟช้างเอราวัณ 3 เศียร
ความเชื่อในตำนานพระพุทธศาสนา ช้างเอราวัณ เป็นเทพบุตรองค์หนึ่ง เมื่อ พระอินทร์ เสด็จฯ ไปที่ใด เอราวัณเทพบุตรก็จะแปลงกายเป็นช้างเผือก ขนาดสูง 150 โยชน์ มี 3 เศียร แต่ละเศียรมีงา 7 งา (งาแต่ละงายาวถึง 4 ล้านวา) ช้างเอราวัณ 3 เศียร เป็นช้างที่มีพละกำลังมากที่สุด เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองร่มเย็นเป็นสุขของบ้านเมือง
ภาคอีสาน : โคมไฟพญานาค
นาค หรือ พญานาค คือ งูใหญ่มีหงอน สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ และนาคยังเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล นาคเป็นเทพเจ้าแห่งท้องน้ำ บางแห่งก็ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งฟ้า
ภาคใต้ : โคมไฟกินรี
กินรี และ กินนร เป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ ร่างกายท่อนบนเป็นมนุษย์ ท่อนล่างเป็นนก มีปีกบินได้ ตามตำนานเล่าว่าอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ เชิงเขาไกรลาศ ถือเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่มีบุญวาสนา อยู่ระหว่างโลกมนุษย์และสรวงสวรรค์
• โคมไฟจินตนาการโลกของเด็ก
Small World (จินตนาการโลกของเด็ก) คือ โลกสำหรับเด็กที่เต็มไปด้วยจินตนาการอันบริสุทธิ์กว้างไกล ทำให้เกิดรอยยิ้ม ความสุข ที่ชวนไปสัมผัสและค้นหาเป็นอย่างยิ่ง
• โคมไฟนานาชาติ
ในแต่ละชาติมักจะมี “ดอกไม้ประจำชาติ” เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ และโคมไฟก็เช่นกัน ในแต่ละชาติมักจะทำโคมไฟเพื่อสื่อความหมายที่ทำให้เกิดสิ่งดีๆ ดอกไม้และโคมไฟ สื่อถึงเอกลักษณ์ของแต่ละชาติ
ได้นำเสนอเป็นโคมไฟนานาชาติประจำชาติจาก 8 ประเทศ ในเอเซีย
* ประเทศญี่ปุ่น โคมไฟดอกซากุระ
* ประเทศอินเดีย โคมไฟดอกบัว
* ประเทศไทย โคมไฟดอกราชพฤกษ์
* ประเทศเวียดนาม โคมไฟดอกบัว
* สาธารณรัฐประชาชนจีน โคมไฟดอกเหมย
* ประเทศฟิลิปปินส์ โคมไฟดอกมะลิ
* ประเทศมาเลเซีย โคมไฟดอกชบา
* ประเทศเกาหลี โคมไฟดอกมูกุงฮวา
• โคมไฟโลกของสัตว์
“ The Animal Planet ” แสดงให้เห็นถึงโคมไฟ สัตว์ที่อยู่ในโซนทวีปต่างๆ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
• สัตว์ในแถบประเทศแอฟริกา ประกอบด้วย สิงโต, ฮิปโป, ม้าลาย, ช้างแอฟริกา
• สัตว์ในแถบลุ่มแม่น้ำอเมซอน ประกอบด้วย จระเข้, คิงคอง)
• สัตว์ในแถบขั้วโลกเหนือ ประกอบด้วย หมีขาว , เพนกวิน , แมวน้ำ , ปลาวาฬเพชรฆาต
• โคมไฟกลางน้ำ
“ สัตว์มงคลแห่งเทพนิยายทั่วโลก ” ดินแดนแห่งความสุข
นำเสนอด้วยสัตว์มงคลในดินแดนแห่งเทพนิยาย อยู่กลางท้องน้ำขนาดใหญ่ ประกอบด้วย
# มังกรและปี่เซียะ สัตว์มงคลของชาวจีน
ในสัญลักษณ์ของชาวจีน มังกร คือเทพเจ้า เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคล รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิ ซึ่งเป็นสมมติเทพ ปี่เซี๊ยะ คือ เทพลก กวางสวรรค์ มีปากไม่มีทวาร เชื่อกันว่าทรัพย์มีแต่เข้าไม่มีออก ร้านค้าหรือธนาคารนิยมมีไว้ บูชาเพื่อเก็บกักเงินทองไม่ให้รั่วไหล ขจัดสิ่งอัปมงคล ชาวจีน และชาวไทยเชื้อสายจีน ต่างนิยมนำมาบูชา เพราะเชื่อว่าตามหลักฮวงจุ้ย ว่าเทพเซียนปี่เซี๊ยะจะลงมาคุ้มครองและให้โชคลาภนับแต่นี้ไปอีก 20 ปี
# นกฟีนิกซ์ สัตว์มงคลแห่งเกาหลีและอียิปต์โบราณ
ฟีนิกซ์ ตำนานแห่งสัตว์เทพของอียิปต์โบราณ ฟีนิกซ์เกี่ยวข้องกับเทพแห่งไฟ นกนี้สามารถฟื้นชีวิตให้กับผู้ตายได้ เพลงของฟีนิกซ์มีเวทมนตร์สามารถกระตุ้นความกล้าหาญ แห่งจิตใจบริสุทธิ์ น้ำตาของนกฟีนิกซ์มีพลังในการรักษาบาดแผลได้ นกฟีนิกซ์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะ มีชีวิตยั่งยืนนิรันดร์
# ม้ายูนิคอร์น สัตว์มงคลของชาวยุโรป
ยูนิคอร์น (Unicorn) เป็นสัตว์ในตำนาน เชื่อว่าพบได้ตามป่าทางตอนเหนือของยุโรป เป็นม้าสีขาวบริสุทธิ์ สง่างาม มีเขาที่กลางหน้าผาก และขนของยูนิคอร์นมีคุณสมบัติทางเวทมนตร์สูง ยูนิคอร์นเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ ขาวสะอาด ความเข้มแข็ง และความเป็นสุภาพบุรุษ
# เสือ พลังอำนาจอันเป็นมงคลของชาวเอเชีย
เสือ เป็นสัญลักษณ์ของพลังอำนาจและความน่าเกรงขามมาตั้งแต่โบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมทางแถบเอเชีย (เสือโคร่ง เสือที่มีขนาดใหญ่ที่สุด)
ในโหราศาสตร์ เสือเป็นหนึ่งใน 12 นักษัตร เรียกในภาษาไทยว่า "ขาล" เรียกในภาษาจีนว่า "โฮ่ว"
ในปี พ.ศ. 2553 นี้ จะเป็นปีที่ย่างเข้าสู่ปีขาล เพื่อแสดงถึงความเป็นมงคลด้านพลังอำนาจและความกล้าหาญของเสือ ให้กับผู้เข้าชมงานทุกท่าน
• โคมไฟ Hi Light จำลองงานเทศกาลต่างๆ ของประเทศไทย
เช่น พิธีเปิดงาน ลอยกระทง วันเฉลิมพระชนมพรรษา( 5 ธันวามหาราช) ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ วันเด็กแห่งชาติ วันแห่งความรัก ตรุษจีน เทศกาลท่องเที่ยว 14 จังหวัดภาคใต้ ฯลฯ
• การประกวดโคมไฟร่วมสมัยและโคมไฟแบรนด์สินค้าต่างๆ
แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และความร่วมมือทำโคมไฟต่างๆ ส่งเข้าร่วมงานและประกวด ของสถานศึกษา ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวชาวหาดใหญ่สงขลา บริษัท ห้างร้านต่างๆ
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม อาหาร เครื่องดื่ม มหรสพต่างๆ ภายในงานอีกมากมาย
(พิเศษพบกับ การแสดงศิลปวัฒนธรรมหลากหลายจาก 10 มณฑลใหญ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน แสดงภายในงาน ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทร. 1672
ททท.สำนักงานหาดใหญ่ โทร. 0 7423 1055, 0 7423 8518