แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คันบ้านข้อยเด๋อ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คันบ้านข้อยเด๋อ แสดงบทความทั้งหมด

มหกรรม Air Show อุบลราชธานี 2010

17 ธ.ค. 2553 - 19 ธ.ค. 2553



จังหวัดอุบลราชธานีได้กำหนดจัดโครงการ " มหกรรมการบินเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา 83 พรรษา ( Air Show อุบลราชธานี 2010) " ในระหว่างวันที่ 17 - 19 ธันวาคม 2553 ณ ท่าอากาศยานอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี โดยจัดให้มีกิจกรรมการแสดงทั้งภาคพื้นดินและภาคอากาศ เช่น การปฏิบัติการทำฝนเทียม วิธีดับไฟป่า วิธีดับเพลิงย่านชุมชนหนาแน่น และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

งานประเพณีไหลเรือไฟ นครพนม ปี 2553





รายละเอียด


    งานไหลเรือไฟ กาชาดนครพนม 16 - 24 ตุลาคม 2553 และงานวันอาหารโลก 17 - 24 ตุลาคม 2553 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดนครพนม และริมแม่น้ำโขงเทศบาลเมืองนครพนม ชมการแข่งขันเรือยาวในแม่น้ำโขง การแห่ปราสาทผึ้งและเรือไฟบก การประกวดลอยเรือไฟในแม่น้ำโขงในคืนวันออกพรรษา การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง การรำบูชาองค์พระธาตุพนม ซึ่งเป็นการรวมตัวของชนเผ่าพื้นเมืองต่าง ๆ รวม 7 เผ่า ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครพนม แต่งกายด้วยเสื้อผ้าประจำเผ่า และร่ายรำด้วยท่วงท่าอันงดงามเพื่อบูชาพระธาตุพนม



ททท.สำนักงานนครพนม
- -
0 4251 3490 – 2

งานประเพณีบุญหลวงการละเล่นผีตาโขน

งานประเพณีบุญหลวงการละเล่นผีตาโขน
วันที่ 12 - 14 มิถุนายน 2553
สถานที่ บริเวณวัดโพนชัยและหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย




ผีตาโขน เป็นการละเล่นชนิดหนึ่งของคนอีสาน ผู้เล่นจะสวมหน้ากากและแต่งตัวให้หน้ากลัว แต่ไม่ใช่การเชิญผีมาเข้าทรง เป็นการเล่นตลกอย่างหนึ่ง ในอดีตคนอีสานนิยมเล่นผีตาโขนในงานบุญบั้งไฟ และงานบุญผะเหวด(พระเวส)มาโดยตลอด เหตุที่มีขบวนแห่ผีตาโขน เพราะมีความเชื่อว่าเมื่อพระเจ้ากรุงสัญชัยกับพระนางผุสดีไปเชิญพระเวสสันดร และพระนางมัทรีกลับเมือง ขบวนแห่แหนเข้าเมือง มีคนป่าหรือผีป่าที่เคยปรนนิบัติและเคารพรักพระเวสสันดรร่วมขบวนมาส่งด้วย


ผีตาโขน ในขบวนแห่จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก

ผีตาโขนใหญ่ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่างหน้าตาด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เวลาแห่ คนเล่นจะต้องเข้าไปอยู่ข้างในตัวหุ่น แต่ละปีจะทำผีตาโขนใหญ่เพียง 2 ตัวผีตาโขนชาย1ตัว หญิง1ตัว สังเกตจากเครื่องเพศปรากฏชัดเจนที่ตัวหุ่น ผู้มีหน้าที่ทำผีตาโขนใหญ่จะมีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะคนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำต้องได้รับอนุญาตจากผีหรือเจ้าก่อน ถ้าได้รับอนุญาตแล้วต้องทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี

ผีตาโขนเล็ก ทุกคนไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่ หญิงหรือชาย มีสิทธิ์ทำและเข้าร่วมสนุกได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซน

หน้ากากผีตาโขน หน้ากากผีตาโขนเล็ก ทำจากส่วนที่เป็นโคนของก้านมะพร้าวและหวดนึ่งข้าวเหนียว โดยนำมาเย็บติดกันแล้วเขียนหน้าตา ทำจมูกเหมือนผี ส่วนชุดแต่งกายของผีมักมีสีฉูดฉาดบาดตา โดยอาจเย็บเศษผ้าเป็นเสื้อตัวกางเกงตัวหรือเย็บเป็นชุดติดกันตลอดตัวก็ได้ ข้อสำคัญคือต้องคลุมร่างกายให้มิดชิด


ส่วนเครื่องแต่งตัวประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของผีตาโขนคือ"หมากกะ แหล่ง"และดาบไม้

หมากกะแหล่ง คือเครื่องดนตรีรูปร่างคล้ายกระดิ่งหรือกระดึงแขวนคอวัว ผีตาโขนจะใช้หมากกะแหล่งแขวนติดบั้นเอวเมื่อเดินโยกตัวหรือเต้นเป็นจังหวะ ขย่มตัวสายสะโพกเสียงหมากกะแหล่งก็จะดังเสียงน่าฟังและน่าสนุกสนาน

ดาบไม้ เป็นอาวุธประจำกายผีตาโขนไม่ได้เอาไว้รบกัน แต่เอาไว้ควงหลอกล่อและไล่จิ้มก้นสาวๆ ซึ่งก็จะร้องวิ๊ดว้ายหนีกันจ้าละหวั่น ทั้งอายทั้งขำ แต่ไม่มีใครถือสา เพราะเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมา เหตุที่วิ่งหนีเพราะปลายดาบนั้นแกะสลักเป็นรูปอวัยวะเพศชายแถมทาสีแดงให้ เห็นอย่างเด่นชัด การเล่นแบบนี้ไม่ถือเป็นเรื่องหยาบ หรือลามกเพราะมีความเชื่อกันว่าหากเล่นตลกและนำอวัยวะเพศชายหญิงมาเล่นมา โชว์ในพิธีแห่และงานบุญบั้งไฟจะทำให้พญาแถนพอใจ ฝนจะตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์

งานบุญหลวงประเพณีผีตาโขนของอำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย เป็นประเพณีสำคัญ เพราะอยู่ในฮิดสิบสองเดือนสี่งานบุญผะเหวด (พระเวส) แห่ผีตาโขนแม้จะมีเล่นในอีสานถิ่นอื่นบ้าง แต่ที่วัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยเป็นที่รู้จักและจะยังคงอยู่คู่กับ "พระธาตุศรีสองรัก" ตลอดไป

 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
ที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย โทร. 0 4289 1266
 

“หยิบหมอก หยอกดอกกระเจียว”

               จังหวัดชัยภูมิ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครราชสีมา และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ขอเชิญทุกท่านร่วม  “หยิบหมอก  หยอกดอกกระเจียว”  งานเทศกาลท่อง เที่ยวดอกกระเจียวงามจังหวัดชัยภูมิ ประจำปี 2553 ในระหว่างวันที่ 1  มิถุนายน - 31  สิงหาคม 2553 ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพ สถิต และ อุทยานแห่งชาติไทรทอง  อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ


งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุ รนารี ประจำปี 2553

งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุ รนารี ประจำปี 2553

ททท.นครราชสีมา ขอเชิญทุกท่านร่วมงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2553

จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอเชิญทุกท่านร่วมงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี ประจำปี 2553 ในระหว่าง วันที่ 23 มีนาคม 2552 - 3 เมษายน 2553 ณ บริเวณสนาม หน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

''สามพันโบก” โลกตะลึง!!!



โขดหินน้อยใหญ่แห่งสามพันโบก อันมีสายน้ำโขงกั้นกลาง
       หลังจากเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในภาพยนตร์โฆษณาชวนเที่ยวเมืองไทยของททท.พี่เบิร์ดนำแสดง ชื่อของ“สามพันโบก”ก็โด่งดังในพริบตาพร้อมๆกับการเปิดโลกอันชวนตื่นตะลึงของดินแดนแห่งนี้สู่สาธารณะชน นั่นทำให้“ตะลอนเที่ยว” อดหัวใจเต้นแรงตุ๊มๆต่อมๆ ไม่ได้เมื่อรู้ว่าจะได้มีโอกาสไปเยือนสามพันโบกดินแดนที่ได้รับฉายาว่า“แกรนด์แคนยอนแห่งสยาม”

     
       “สามพันโบก” ตั้งอยู่ที่บ้านโป่งเป้า ต.เหล่างาม อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี ซึ่งเมื่อมาถึงที่นี่ เราเลือกใช้บริการที่พักแบบโฮมสเตย์ของ อ.เรืองประทิน เขียวสด ที่บ้านสองคอน หนึ่งในผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนบุกเบิกสามพันโบก
สามพันโบกดินแดนที่ได้รับฉายาว่า แกรนด์แคนยอนแห่งสยาม
       ด้วยความรีบร้อนเพราะใจไปอยู่สามพันโบก จึงอยากรีบลงไปชมโบกโดยเร็วทั้งที่แดดเปรี้ยงๆ อ.เรืองประทินรีบห้ามไว้พร้อมแนะนำว่า “การลงดูสามพันโบกคนฉลาดไม่ไปตอนเที่ยงหรอก ต้องดูตอนพระอาทิตย์ขึ้นในช่วงเช้าไปจนถึง10โมงเช้า แล้วเว้นวรรคมาดูอีกทีช่วงเย็นตั้งแต่บ่าย 3 โมงไปจนถึงช่วงพระอาทิตย์ตกดินจึงจะไม่ร้อน”
     
       เพราะอยากเป็นคนฉลาด “ตะลอนเที่ยว” เลยต้องรอเวลาชมโบกในช่วงเย็นตามคำแนะนำของอ.เรืองประทิน เมื่อถึงเวลาอันสมควรแดดร่มลมตกแล้ว จึงเดินทางไปที่ “หาดสลึง” บริเวณบ้านสองคอน หาดทรายที่ทอดยาวจากปากห้วยกะหลาง มีความยาวประมาณ 700- 800 เมตร หาดแห่งนี้ได้รับการขนานนามจากนักท่องเที่ยวว่าเป็น “ พัทยาแห่งโพธิ์ไทร ”
       
โบกหินรูปสะพานโค้งที่สามพันโบก
       นักท่องเที่ยวมาเที่ยวสามพันโบกส่วนใหญ่จะนิยมล่องเรือจากหาดสลึงไปสามพันโบก ครั้งนี้ “ตะลอนเที่ยว” ก็ขอลองนั่งเรือกับเขาบ้าง เรือท่องเที่ยวที่นี่ จะเป็นเรือเหมาเที่ยวละ 1000บาท ลำหนึ่งนั่งได้20-30คน ทีเดียว ฉะนั้นมาเป็นแก๊งก๊วนจะคุ้มค่ามากกว่า หากต้องการนั่งเรือจากจุดนี้ เรือพาล่องพร้อมมีมัคคุเทศน์น้อยอีกหนึ่งชีวิต ไว้คอยชี้บอกข้อมูลในแต่ละจุดให้ มัคคุเทศน์น้อยที่นี่ไม่มีค่าตัว แล้วแต่เมตตาที่นักท่องเที่ยวจะให้
     
       เรือพาล่องมาที่จุดแรกคือที่ “ปากบ้อง” ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำโขงแคบที่สุดตลอดระยะทางยาวกว่า 700 กิโลเมตร โดยมีความกว้างของแม่น้ำเพียง56 เมตร เท่านั้น ชาวบ้านในละแวกนั้น มีอาชีพจับปลาซึ่งยังคงใช้วิถีชีวิตและเครื่องมือจับปลาแบบโบราณอยู่ ในช่วงประมาณปลายเดือนม.ค.-ก.พ. จะมีประเพณีแข่งตักปลาซึ่งเป็นสีสันแห่งสายน้ำของที่นี่
มุมนี้มีโบกหินรูปหัวสุนัข
       จากปากบ้องล่องเรือผ่าน แก่งหินใหญ่กลางลำน้ำโขง ที่เรียกขานว่า"หินหัวพะเนียง" หินที่ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย หรือสองคอนในภาษาท้องถิ่น จึงเป็นที่มาของชื่อบ้านสองคอนในละแวกใกล้เคียงกับหินหัวพะเนียงนั้นยามที่ น้ำโขงลดต่ำยังมี "ถ้ำ" ที่มีความสวยงามโผล่พ้นให้ชมอีกหลายแห่ง อาทิ ถ้ำนางเข็นฝ้าย ถ้ำนางต่ำหูก เป็นต้น
ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สามพันโบกอีกหนึ่งอรรถรสการเที่ยว
       แล้วล่องเรือผ่านสามพันโบกไปก่อนเพื่อไปชม “ศิลาเลข” ที่ฝรั่งเศสมาทำเอาไว้ เพื่อบอกระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ ในสมัยที่ฝรั่งเศสปกครองลาว ฝรั่งเศสมีความพยายามที่จะเปิดเส้นทางสัญจนและขนส่งทางแม่น้ำโขง แต่ก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ เพราะติดที่ระหว่างทาง มีแก่งหินใหญ่น้อยมากมายเหลือเกินขวางกั้นอยู่
โบกหินที่นี่มีหลากหลายรูปแบบทั้งเล็ก-ใหญ่
       เมื่อใกล้เวลาพระอาทิตย์ตกดิน คนขับเรือก็มาล่องวนมาที่ “สามพันโบก” ก่อนด้วยเกรงว่าหากแวะจุดอื่นต่อไปเราอาจจะพลาดการชมความงานของสามพันโบกยาม เย็นได้ หากสงสัยว่าโบกคืออะไร โบก หมายถึง หลุม แอ่ง บ่อ ในที่นี้คือ บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง เป็นภาษาของลาวที่มักนิยมเรียกกัน หรืออีกสมญานามหนึ่ง ที่ได้รับขนานนามคือ 'แกรนด์แคนยอนน้ำโขง'และยังถูกจัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ใน “โครงการ 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน”ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
     
       สามพันโบกมีอาณาบริเวณราว 10 ตร.กม. ไฮไลท์ คือ "สระมรกต" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า "บุ่งน้ำใส" สระน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่กลางโบกเนินแก่งหินลึกราว 3 เมตร ที่ไม่ว่าจะเป็นฤดูใดก็จะมีสีเขียวมรกตตลอดทั้งปี แต่น้ำใสที่สุดในเดือน ธ.ค. ที่น่ามหัศจรรย์ยิ่งกว่าก็คือไม่ว่าระดับน้ำโขงจะเพิ่มจะลดอย่างไร น้ำในสระก็จะคงที่อยู่ในระดับเต็มโบกเสมอ
เดินเลียบเลาะแลมองบุ่งน้ำใสหรือสระมรกต
       สามพันโบกยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศสมดุล เพราะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดในลำน้ำโขงตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของ ประเทศ เดิมสามพันโบกมีชื่อว่า "ปู่จกปู" จาก ตำนานพื้นบ้านเล็กๆที่เล่าเรียงถึง ปู่กับหลานคู่หนึ่งลงเรือลอยลำหาปลากลางลำน้ำโขง และได้มาแวะพักยังโบกแห่งนี้ ฝ่ายหลานเกิดอาการหิวขึ้นมา ปู่จึงเอามือล้วงเข้าไปในหลุมโบก จับได้ปูมาทำเป็นอาหารมื้อโอชะให้หลานได้อิ่ม
การล่องเรือชมสามพันโบกเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยม
       สามพันโบก โด่งดังจากการถูกคัดเลือกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ในภาพยนตร์โฆษณาของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ชุด(พี่)'เบิร์ดชวนเที่ยว' ด้วยสีสันของโบกที่มีรูปร่างลักษณะแล้วแต่จะจินตนาการ ทั้ง โบกมิกกี้เม้าส์ โบกส่องดาว โบกรูปหัวใจ โบกที่ใหญ่สุดและลึกที่สุด โบกหัวสุนัข โบกสะพานโค้ง ความงดงามของสามพันที่ยากจะลืม คงเป็นช่วงที่แสงทอประกายกระทบกันโขดหินจนทำให้โขดหินเปลี่ยนเป็นสีส้มนี่ แหละจับตาจับใจยิ่งนัก
โขดหินแปลกตาที่หาดหงส์
       มหัศจรรย์และแสนจะงดงามแบบนี้ ก็ยังมีปัญหาที่ทำให้ต้องมีการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือ โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย ลาว กัมพูชา ในการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลักทางตอนล่าง 11 โครงการ มี 2 โครงการอยู่บริเวณพรมแดนไทย - ลาว ประกอบด้วยเขื่อน ปากชม และเขื่อนบ้านกุ่ม เขื่อนบ้านกุ่ม ซึ่งมีแผนการสร้างบริเวณบ้านท่าล้ง ถ้าหากการก่อสร้างสำเร็จขึ้นมาเมื่อใด สามพันโบกก็จะเป็นหนึ่งในพื้นที่บริเวณหลังเขื่อน พูดง่ายๆ ก็คือ เมื่อเขื่อนสร้างเสร็จ สามพันโบกก็จะจมหายไปกับสายน้ำหลังเขื่อนคงเป็นที่น่าเสียดายมากหากต้องเสีย สามพันโบกไป
หาดสลึงจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาขึ้นเรือ
       อยากย้ำความงดงามกันอีกครั้งด้วยแสงยามเช้าที่สามพันโบก เลยต้องตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น แล้วเดินทางมุ่งสู่หน้าสู่สามพันโบกแต่เช้ามืด เร่งรีบมาเพื่อแสงแรกของวันใหม่และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โบกยามเช้างดงามไม่ต่างจากยามเย็น แถมยังเป็นส่วนตัวเหมือนสามพันโบกเป็นของเรา
โบกเล็กโบกน้อย
       อิ่มหนำกับสามพันโบกแล้วกลับมาเช่าเรือชาวบ้าน ที่มีให้เช่าที่ริมฝั่งสามพันโบกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้พาไปชมสถานที่ซึ่งพลาดในเมื่อวาน โดยการล่องเรือจากสามพันโบกนี้สนนราคาอยู่ที่ 300-400บาทแล้วแต่ขนาดเรือ เรือจะเป็นเรือลำเล็กกว่าเรือที่ล่องมาจากหาดสลึง และจะล่องในส่วนที่เป็นลำน้ำนิ่งที่ขนานกับลำน้ำโขง
โขดหินใหญ่จะงดงามมากยามต้องประกายแสงอาทิตย์
       เราปล่อยให้เราพาล่องไปจนสุดสายที่ “บุ่งพระลาน” แล้วขึ้นชม “ลานหินสี” หินสีอันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติสีที่เด่นๆก็เห็นจะเป็นสีแดง ไกด์ชาวบ้านที่พามา บอกว่าหินเหล่านี้เชื่อกันว่าเป็นหินอุกกาบาตมีมุมพิเศษที่ใครๆชอบกันมากก็ คือ หินรูปโซฟา
รอยเท้าบนผืนทรายที่หาดหงส์
       แล้วลงล่องเรื่อต่อเพื่อมายัง “หาดหงส์” กองภูเขาทรายที่สูงใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในทะเลทรายก็ไม่ปาน จนไม่อยากจะเชื่อว่ากำลังเดินย่ำทรายที่อุบลฯในเมืองไทย ที่นี่นอกจากหาดทรายแล้วยังมีรอยเท้าหนูตัวใหญ่กับการปลูกถั่วฝักยาวแบบไร้ สารพิษของชาวบ้าน ดังนั้นจึงจะเห็นภาพวิถีชีวิตที่มีชาวบ้านล่องเรือมาเก็บถั่วฝักยาวกันที่ นี่ด้วย เดินเที่ยวจนทั่วหาดหงส์แล้วก็ลงเรือกลับสามพันโบกแบบเต็มอิ่มหัวใจ แต่ไม่เคยพอต้องขอมาใหม่อีกหลายๆหน.
การชมโบกที่เหมาะสมต้องช่วงเช้าและเย็น
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *
       สนใจ ท่องเที่ยว"สามพันโบก"และการเดินทาง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบต.สองคอน อ.โพธิ์ไทร โทร.0-4533-8057, 0-4533-8015 และสามารถสอบถามแหล่งท่องเที่ยวในจ.อุบลฯ เชื่อมโยงกับสามพันโบกได้ที่ ททท.สำนักงานอุบลฯ โทร. 0-4524-3770, 0-4525-0714
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

งานเบญจมาศบานในม่านหมอก เทศกาลวังน้ำเขียว

วันที่ 22 – 24 มกราคม 2553
ณ หน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา



องค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานนครราชสีมา ขอเชิญทุกท่านสัมผัสกับสีสันของดอกไม้ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้ง ปี “งานเบญจมาศบาน ในม่านหมอก” ระหว่างวันที่ 22 – 24 มกราคม 2553 ณ หน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำ เขียว จังหวัดนครราชสีมา

นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานนครราชสีมา เผยว่า การจัด งานเบญจมาศบาน ในม่านหมอก จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22 – 24 มกราคม 2553 ณ หน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่ง เสริม การสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอวังน้ำเขียว ซึ่งมีกิจกรรมที่ น่าสนใจ อาทิ การประกวดและจำหน่าย “ดอกเบญจมาศ” แปลงสาธิตดอกเบญจมาศหลากสายพันธุ์ หลากการแสดงและจำหน่ายสินค้าผักเมืองหนาว และกิจกรรมการขี่จักรยานท่องเที่ยวรับสายหมอกและลมหนาวของอำเภอวังน้ำเขียว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที
องค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี โทรศัพท์ 0 4424 9654 หรือที่
ททท.สำนักงานนครราชสีมา โทรศัพท์ 0 4421 3030 / 0 4421 3666 โทรสาร 0 4421 3667

www.tat.or.th/nakhonratchasima
E – Mail : tatsima@tat.or.th

งานเจ้าพ่อพญาแลและงานกาชาดจังหวัดชัยภูมิ ประจำปี 2553


จังหวัดชัยภูมิ ร่วมกับ เหล่ากาชาดจังหวัดชัยภูมิ สนับสนุนการประชาสัมพันธ์โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานนครราชสีมา ขอเชิญทุกท่านร่วม “งานเจ้าพ่อพญาแลและงานกาชาดจังหวัดชัยภูมิ ประจำปี 2553 ” ในระหว่างวันที่ 12 - 20 มกราคม 2553 ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล(แล) และสนามหน้าศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

งานเจ้าพ่อพญาแลและงานกาชาดจังหวัดชัยภูมิ ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 12 - 20 มกราคม 2553 ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล(แล) และสนามหน้าศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ถือเป็นกิจกรรมที่ชาวชัยภูมิได้จัดขึ้นเพื่อถวายสักการะแด่เจ้าเมืองคนแรก ของจังหวัดชัยภูมิ “พระยาภักดีชุมพล” ซึ่งชาวชัยภูมิเรียกท่านว่า “เจ้าพ่อพระยาแล” และถือเป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำในทุกปี โดยมีกิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่ “มหกรรมช้างชัยภูมิคืนถิ่น” และโต๊ะจีนช้าง(ในวันที่ 11 มกราคม 2553 ณ สนามเทศบาลเมืองชัยภูมิ) พิธีบวงสรวงสักการะเจ้าพ่อพญาแล การออกร้านและจัดนิทรรศการของภาครัฐและภาคเอกชน การประกวดธิดาพญาแล แฟชั่นโชว์ผ้าไหม สุดพิเศษกับการแสดงการละเล่น “ตีคลีไฟ” หนึ่งเดียวในโลก(ในวันที่ 15 มกราคม 2553) การแสดงดนตรีจากศิลปินที่มีชื่อเสียง การแสดงและจำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น OTOP กิจกรรมที่น่าสนใจสุดยิ่งใหญ่ประจำปีของชัยภูมิ และจะทำให้เมืองชัยภูมิครึกครื้น เศรษฐกิจชัยภูมิคึกคักอย่างดียิ่ง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยภูมิ โทรศัพท์ 0 4483 0747
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางการท่องเที่ยว(อบจ.ชัยภูมิ) โทรศัพท์ 0 4481 1376
ททท.สำนักงานนครราชสีมา โทรศัพท์ 0 4421 3030 / 0 4421 3666
www.tat.or.th/nakhonratchasima
E – Mail : tatsima@tat.or.th

งานไม้ดอกเมืองหนาวอำเภอภูเรือ

วันที่ 29 ธันวาคม 2552 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2553
ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอภูเรือ จ.เลย

อำเภอภูเรือ เป็นอำเภอที่มีสภาพภูมิประเทศโดยที่ตั้งของอำเภอภูเรือมีลักษณะเป็นที่ราบ เชิงเขาและภูเขาสูง ตั้งอยู่ในระดับที่สูงกว่าน้ำทะเล ประมาณ 800 – 1,400 เมตรและอากาศที่หนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี และมีแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่สมบูรณ์ ดังนั้นราษฎรส่วนใหญ่ของอำเภอภูเรือจึงประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรมต่าง ๆ และอาชีพด้านการเกษตรที่เป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไปคือ การปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ เพื่อการจำหน่าย ซึ่งในแต่ละปีสามารถทำรายได้ให้แก่เกษตรกรและราษฎรในเขตอำเภอภูเรือไม่น้อย กว่า 100 ล้านบาท ไม้ดอก ไม้ประดับ ที่สำคัญ ๆ ของอำเภอภูเรือ ได้แก่ คริสต์มาส พิทูเนีย เฟิร์นประเภทต่าง ๆ นอกจากนั้นยังมีไม้ดอกประเภทอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ประกอบกับภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงทำให้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี อุณหภูมิโดยเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 18 – 25 องศาเซลเซียส และในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ ของทุกปี อากาศจะหนาวเย็นจนถึงศูนย์องศาเซลเซียส ทำให้อำเภอภูเรือได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งสุดหนาวในสยาม ซึ่งจากการที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ทำให้สภาพโดยทั่วไปของอำเภอสวยงามเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้นานาชนิด และอากาศที่หนาวเย็นประกอบกับอำเภอเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติภูเรือ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ซึ่งมีความสวยงามตามธรรมชาติ และอุดมไปด้วยไม้ป่า กล้วยไม้นานาพันธุ์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกถิ่นในประเทศได้เดินทางมาเที่ยวและสัมผัส บรรยากาศดังกล่าวข้างต้น ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวในเขตอำเภอภูเรือ ไม่น้อยกว่า 300,000 คน สามารถทำรายได้ให้แก่ราษฎรที่ประกอบอาชีพด้านการให้บริการด้านต่าง ๆ เช่น ที่พัก ร้านอาหาร เป็นต้น

เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และการประกอบอาชีพด้านการผลิตไม้ดอก ไม้ประดับ อำเภอภูเรือจึงได้จัดงานเทศกาลไม้ดอก เมืองหนาว ซึ่งเริ่มจัดในปีแรกเมื่อ พ.ศ. 2536 เป็นต้นมาและในปีนี้ซึ่งเป็นการจัดงานเทศกาลไม้ดอกเมืองหนาว ครั้งที่ 17 โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อาทิเช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชมรมร้านค้าผู้ประกอบการ ส่วนราชการต่าง ๆ งานเทศกาลฯเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2552 – 2 มกราคม 2553 ซึ่งในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ด้านการออกร้านของส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การจำหน่ายไม้ดอก ไม้ประดับ จากเกษตรกรในพื้นที่ การประกวดกล้วยไม้พันธุ์ต่าง ๆ การจำหน่ายสินค้า OTOP ของจังหวัดเลย และสินค้า OTOP ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้มีกำหนดจัดกิจกรรม ได้แก่

29 ธันวาคม 2552 - ชมการประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง และชมธรรมชาติ สวนไม้ดอกไม้ประดับ
30 ธันวาคม 2552 - ชมการประกวดแข่งขันดนตรีพื้นเมือง (วงโปงลาง) และชมธรรมชาติ สวนไม้ดอกไม้ประดับ
31 ธันวาคม 2552 - ชมขบวนแห่รถบุปผชาติ ซึ่งตกแต่งด้วยไม้ดอก ไม้ประดับนานาชนิด และร่วมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สนุกกับการเต้นรำกับวงดนตรีสตริง ชมพลุ แสง สี เสียง และร่วมชิมอาหารรสเด็ด ร่วมรับรางวัลจับสลากสมนาคุณ
1 มกราคม 2553 - ชมการประกวดแดนเซอร์รีวิวประกอบเพลง และชมธรรมชาติ สวนไม้ดอกไม้ประดับ
2 มกราคม 2553 - ชมการประกวดสาวงาม “ ธิดาแม่คะนิ้ง ”

ขอเรียนเชิญท่านได้มาสัมผัสอากาศหนาวเย็น และชมความงามของไม้ดอก ไม้ประดับนานาชนิดได้ในงานเทศกาลไม้ดอกเมืองหนาว ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2552 ถึง 2 มกราคม 2553 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย หากท่านใดสนใจรายละเอียดของงานไม้ดอกเมืองหนาวสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 0 4289 9004 และสามารถดูได้ทางเวปไซด์ได้ที่ www.amphoe-phurua.com

แหล่งข้อมูล www.amphoe-phurua.com

งานช้างและกาชาดสุรินทร์ ประจำปี 2552 ครั้งที่ 49


วันที่ 14 -25 พฤศจิกายน 2552
ณ สนามกีฬาศรีณรงค์ และสนามแสดงช้างสุรินทร์

กิจกรรม

วันที่ 14 -25 พฤศจิกายน 2552
จัดให้มีนิทรรศการ การออกร้านของส่วนราชการ การจำหน่ายสินค้าOTOP การแสดงดนตรี ออกร้านกาชาด
ณ สนามกีฬาศรีณรงค์

การแสดงช้าง
วันเสาร์ที่ 21 และอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา 08.30 น.
ณ สนามแสดงช้างสุรินทร์

บัตรเข้าชมการแสดงช้าง
ราคาเข้าชมการแสดงช้าง มีราคา 1,000 บาท 500 บาท 300 บาท และ 40 บาท


* บัตรราคา 1,000 บาท และ 500 บาท สามารถสั่งจองล่วงหน้าและชำระเงินโดยดาวน์โหลดแบบฟอร์มชำระเงินค่าบัตรชมการแสดงช้างที่ www.surin.go.th

รายละเอียดและกำหนดการ
ดูได้จากเว็บไซต์
www.surin.go.th/elephant_52/index.htm

สอบถามรายละเอียด
สำนักงานจังหวัดสุรินทร์ โทร. 0 4451 2039
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ 0 4454 8152

งานเทศกาลเที่ยวพิมาย และการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน


ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย และบริเวณลำน้ำจักราช จังหวัดนครราชสีมา

จุดเด่นของงานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมา คือการได้ชมการประกอบแสดงแสงเสียง
วิมายนาฏการในชุด "นิรมิตกรรมเหนือลำน้ำมูล" โดยการเล่าเรื่องราวผ่านท่วงท่าการร่ายรำจาก
ภาพจำหลักผสานกับความรุ่งเรืองในยุคสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ถูกถ่ายทอดเป็นการแสดงที่
ยิ่งใหญ่อลังการโดยจัดขึ้นในวันที่ 13 - 15 พฤศจิกายน 2552 ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย

กิจกรรมการแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ ณ ลำน้ำจักราชและลำน้ำมูล ที่ตรงและ
ยาวที่สุดในประเทศไทยในวันที่ 13 - 15 พฤศจิกายน 2552

และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ กิจกรรมการประกวดแมวโคราชที่มีความสวยงามและ
เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว การแสดงโขนจากกรมศิลปากร การแสดงศิลปวัฒนธรรมโดยกลุ่ม
ศิลปินพื้นบ้านการประกวดอาหารที่มีชื่อเสียงของอำเภอพิมาย การแสดงและจำหนาย
สินค้าที่มีชื่อเสียง

ในงาน ท่านจะได้พบกับการต้อนรับด้วยไมตรีจิตของชาวพิมาย ยุวมัคคุเทศน์จากโรงเรียน
พิมายวิทยาที่จะมานำชมและเล่าเรื่องราวความเป็นมาอันยิ่งใหญ่ในอดีตกาลของปราสาทหินพิมาย

สอบถามรายละเอียด
สำนักงานเทศบาลตำบลพิมาย โทรศัพท์ 0 4447 1121
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครราชสีมา โทรศัพท์ 0 4421 3666 0 4421 3030