วันเสาร์ - อาทิตย์ที่ 13 - 14 มีนาคม 2553
ณ ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดงานว่าวไทยและว่าวนานาชาติ ครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2532 และจัดต่อเนื่องมาในหลายๆพื้นที่ เช่น บริเวณชายทะเลเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี สนามศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ศูนย์กีฬาเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี กองพลทหารราบที่ 16 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ ค่ายนเรศวร จังหวัดเพชรบุรี จนถึงปัจจุบัน และในปี 2553 ททท. ร่วมกับ จังหวัดเพชรบุรี ค่ายนเรศวร ค่ายพระรามหก สมาคมกีฬาไทยในพระบรมราชูปถัมถ์ สมาคมนักบินว่าวประเทศไทย กำหนดจัดงานว่าวไทยและว่าวนานาชาติ ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 13 - 14 มีนาคม 2553 ณ ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยพิจารณาเห็นว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ ในการรองรับนักท่องเที่ยว และสามารถจัดกิจกรรมกีฬาเพื่อการท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทาง เข้ามาในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น
กิจกรรม
งานบางแสน ย้อนยุค ปีที่ 2
เทศบาลเมืองแสนสุข ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ขอเชิญเที่ยวงานบางแสนย้อนยุค ปีที่ 2 ประจำปี 2553 ภายใต้สโลแกนเก๋ๆ "แต่งตัว ให้ย้อน(ยุค) ลีลาศให้เพลิน แล้วมาสัมผัสความบันเทิงในยุค 60-80's" ระหว่างวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ 2553 ณ บริเวณชายหาดบางแสน ชลบุรี
วันที่ 26 - 27 กุมภาพันธ์ 2553
สถานที่ บริเวณชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี
สนุก กับแฟนซีไนท์ ริมหาดบางแสน ในบรรยากาศแบบย้อนยุค ชมโชว์ลีลาศที่เร้าใจจากนักเต้นลีลาศชื่อดัง การละเล่นรำวงย้อนยุค ซึ่งคุณจะได้ซึมซับและร่วมสัมผัสบรรยากาศเรื่องราวของบางแสนในอดีต ในมุมที่คุณไม่เคยรู้ อาทิ การเลือกชม เลือกซื้อของเก่า สินค้าโบราณ หายาก ทั้งแผ่นเสียง โปสเตอร์ โปสการ์ด ของเล่นโบราณ ดูหนังกลางแปลง
สนุกสนานกับเกมส์ฮิตในอดีต เช่น การละเล่นสอยดาวย้อนยุค เพื่อลุ้นของรางวัลที่ไม่เหมือนใคร อิ่มอร่อยกับรสชาติอาหารโบราณมากมายหลายร้าน ในบรรยากาศย้อนยุคของชายทะเลริมหาดบางแสน
ยกขบวนความบันเทิงมาย้อนอดีต ด้วยบรรดาศิลปิน นักร้องชื่อดังที่มาร่วมงาน อาทิ นูโว , โจอี้ บอย , ทีโบน , (อาต้อย) เศรษฐา ศิระฉายา และศิลปินอื่นๆ อีกมากมาย ร่วมสัมผัสบรรยากาศย้อนยุคของบางแสนได้ตั้งแต่ วันศุกร์ที่ 26 - 27 ก.พ. 2553 ณ ริมหาดบางแสน ระหว่างซอย 3-4
เที่ยวตามประเพณี ไหว้พระธาตุปีเกิด 12 ปีนักษัตร
(ดาวน์โหลดหนังสือเที่ยวตามประเพณีไห้วพระธาตุปีเกิด)คติการไหว้พระธาตุประจำปีเกิด
ในสังคมไทย ความเชื่อเรื่องปีนักษัตรที่สัมพันธ์กับปีเกิดและการนับอายุของแต่ละคนเป็น ที่รับรุ้กันแพร่หลาย ในแต่ละปีนักษัตรจึงกำหนดด้วยสัญลักษณ์เป็นสัตว์ประจำปีเกิด หรือที่เรียกว่า ๑๒ นักษัตร
สำหรับในดินแดนภาคเหนือของไทย ความเชื่อเรื่องปีนักษัตรยังสัมพันธ์กับคติการบุชาพระบรมธาตุ ดังปรากฏเป็นประเพณีการชุธาตุหรือการไหว้พระธาตุประจำปีเกิด โดยครั้งหนึ่งในชีวิตควรมีโอกาสเดินทางไปไหว้พระธาตุประจำปีเกิดของตนเพื่อ ความเป็นสิริมงคล ในคติล้านนาพระธาตุและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำปีเกิดได้แก่
พระธาตุประจำปีชวด พระธาตุศรีจอมทอง เชียงใหม่
พระธาตุประจำปีฉลู พระธาตุลำปางหลวง ลำปาง
พระธาตุประจำปีขาล พระธาตุช่อแฮ แพร่
พระธาตุประจำปีเถาะ พระธาตุแช่แห้ง น่าน
พระธาตุประจำปีมะโรง พระพุทธสิหิงค์ เชียงใหม่
พระธาตุประจำปีมะเส็ง พระศรีมหาโพธิหรือต้นโพธิ์
พระธาตุประจำปีมะเมีย พระธาตุชเวดากอง พม่า
พระธาตุประจำปีมะแม พระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่
พระธาตุประจำปีวอก พระธาตุพนม นครพนม
พระธาตุประจำปีระกา พระธาตุหริภุญชัย ลำพูน
พระธาตุประจำปีจอ พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
พระธาตุประจำปีกุน พระธาตุดอยตุง เชียงราย
คำว่า พระธาตุ มีความหมายสองนัยคือ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และสถานที่หรือพระเจดีย์ที่มีพระบรมธาตุบรรจุ โดยแต่ละแห่งจะมีตำนานที่เล่ามูลเหตุการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ซึ่งสัมพันธ์ กับการเสด็จโปรดสัตว์ของพระพุทธเจ้าในดินแดนต่าง ๆ สถานที่ที่มีพระบรมธาตุเจดีย์เหล่านี้มักจะกลายเป็นเมืองสำคัญในเวลาต่อมา
ลักษณะของพระธาตุ
ลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุที่บรรยายไว้ในตำนานมีลักษณะเหมือนถั่ว แตก หรือข้าวสารหัก หรือเมล็ดพันธุ์ผักกาด กลมเกลี้ยงขนาดเท่าเม็ดพุทรา มีสีทองอุไร สีแก้วผลึก หรือแก้วมุกดา สีดอกพิกุล บางองค์มีรูทะลุได้
ตามปกติจะบรรจุพระบรมธาตุไว้ใต้ฐานเจดีย์ หรือเรือนธาตุ โดยส่วนใหญ่ไม่สามารถนำออกมาได้ เว้นแต่พระธาตุศรีจอมทอง และนอกจากการบูชาพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้าแล้ว ยังมีการบูชาพระธาตุของพระอรหันต์หรือพระสาวกด้วย
การบูชาพระธาตุ
สมัยโบราณมักจะบูชาพระบรมธาตุด้วยเครื่องหอมและข้าวตอกดอกไม้ ตามปกติแล้วจะสรงพระธาตุด้วยน้ำสะอาด อาจเจือด้วยน้ำหอม เนื่องจากองค์พระบรมธาตุส่วนใหญ่บรรจุอยู่ใต้ฐานพระเจดีย์ การสรงน้ำจึงกระทำโดยการราดน้ำไปบนองค์พระเจดีย์ พระธาตุบางองค์จะต้องใช้น้ำจากแหล่งพิเศษอย่างเช่นการสรงน้ำพระธาตุศรีจอม ทอง ใช้น้ำแม่กลางเจือด้วยน้ำหอมหรือแก่นจันทร์
กล่าวได้ว่าคติการบูชาพระธาตุปีเกิดและตำนานที่เกี่ยวข้องสะท้อนถึงการ แพร่กระจายของพุทธศาสนา ในดินแดนไทยมาแต่โบราณ นอกจากนี้การสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ยังสัมพันธ์กับการเกิดชุมชนเมืองต่าง ๆ อันก่อให้เกิดคติความเชื่อและวัฒนธรรมร่วมกันของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ โดยเฉพาะในภาคเหนือของไทยที่มีกลุ่มชนมากมายอาศัยอยู่ โดยมีพระบรมธาตุเจดีย์และสิ่งสำคัญทางพุทธศาสนาเป็นศูนย์กลางแห่งจิตใจ
การเดินทางท่องเที่ยวไหว้พระธาตุปีเกิดมีความสะดวกเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพระธาตุส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในภาคเหนือ จึงสามารถจัดเส้นทางสำหรับไหว้พระธาตุในจังหวัดใกล้เคียงได้ เช่น เชียงใหม่-ลำพูน-ลำปาง หรือเชียงราย-น่าน-แพร่ เป็นต้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้อิ่มใจในบุญกุศล ทว่ายังได้ชมศิลปะและสถาปัตยกรรมอันงดงามของแต่ละท้องถิ่นอีกด้วย

วันที่ 9-15 ตุลาคม 2552
ณ ลานม่วนใจ๋ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่
ชมรมภัตตาคารและร้านอาหารเชียงใหม่จัดงานมหกรรมอาหารเชียงใหม่ครั้งที่ 22 ขึ้น
กิจกรรม
-ภายในงานพบกับร้านอาหารมาตรฐาน อาหารอร่อย
-การแสดงบนเวทีใหญ่ การแสดงดนตรี และฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงของประเทศ
-การสาธิตอาหารของเครือข่ายชมรมร้านอาหารระดับอำเภอ 24 อำเภอในพิธีเปิดงาน
-เวทีกิจกรรมพิเศษ การสาธิตอาหารจากท่านกงสุลต่างประเทศ การสาธิตอาหารจากสถาบันอาหารของสถานศึกษาทั่วเมืองเชียงใหม่ การสาธิตอาหารเมนูเด็ดของอบต.และกลุ่มแม่บ้าน 24 อำเภอ โดยร่วมมือกับ OKRD การสาธิตและสอนการทำอาหารนานาชาติและอาหารไทย 4 ภาค การสาธิตอาหารท้องถิ่น โดยเครือข่ายชมรมภัตตาคารร้านอาหารกลุ่ม 8 จังหวัดล้านนา
สอบถามรายละเอียด
ชมรม ภัตตาคารและร้านอาหาร จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 0 5321 3895

งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2552
Bangkok International Film Festival 2009
วันที่ 24-30 กันยายน 2552
โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน
โรงภาพยนคร์เอสเอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
โรงแรม Chatrium Suites Hotel ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ จัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2552 (Bangkok International Film Festival 2009) ระหว่างวันที่ 24 – 30 กันยายน 2552 นี้ นับเป็น เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ที่สำคัญในภูมิภาคเอเซีย ในปีนี้มีการคัดสรรภาพยนตร์ชั้นดีจากผู้กำกับรุ่นใหม่ ทั้งในแถบเอซียและนานาชาติ ที่มีชื่อเสียงกว่า 80 เรื่อง เพื่อร่วมประกวด และฉายโชว์ ณ โรงภาพยนตร์เอสเอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และ โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ การจัดเทศกาลภาพยนตร์แอนนิเมชั่น ณ อินฟินิตี้ ฮอลล์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน นิทรรศการเพชรา เชาวราษฎร์ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ การจัดสัมมนาด้านภาพยนตร์ และการมอบรางวัลกินรีทองคำ ที่โรงแรมชาเทรียม สวีท กรุงเทพฯ
กำหนดการ
24 กันยายน 2552 เวลา 18.00 น.
พิธิเปิดงาน ณ โรงภาพยนตร์เอสเอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
24-30 กันยายน 2552
จัดฉายภาพยนตร์ ณ โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และ โรงภาพยนคร์เอสเอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
25 กันยายน 2552 เวลา 18.00 น.
พิธีเปิดเทศกาลภาพยนตร์แอนนิเมชั่น ณ อินฟินิตี้ ฮอลล์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน ดูรายละเอียดได้ที่ www.bkkaf.org
25-29 กันยายน 2552 เวลา 10.00-17.00 น.
งาน Seminar & Workshop ณ โรงแรม Chatrium Suites Hotel
26 กันยายน 2552 เวลา 19.00 น.
งานไทยไนท์ สยามนิรมิต
27 กันยายน 2552 เวลา 19.00 น.
งาน Director Night โรงแรม Chatrium Suites Hotel
28 กันยายน 2552 เวลา 19.00 น.
งาน The Hollywood Glamorous Winter Ball Night โรงแรม Chatrium Suites Hotel
30 กันยายน 2552 เวลา 18.00 น.
พิธีมอบรางวัลกินรีทองคำและพิธีปิด โรงแรม Chatrium Suites Hotel
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokfilm.org

ททท. จัดรถบริการฟรี ชวนคนไทยเที่ยวปิดท้ายงาน “เทศกาลเที่ยวไทย ๕ ภาค @ สีสัน..สวรรค์ภาคกลาง” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 - 20 กันยายน 2552 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 21.00 น. ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจร่วมเที่ยวงาน“เทศกาลเที่ยวไทย ๕ ภาค @ สีสัน..สวรรค์ภาคกลาง” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 - 20 กันยายน 2552 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 21.00 น. ณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
งาน “เทศกาลเที่ยวไทย ๕ ภาค @ สีสัน..สวรรค์ภาคกลาง” จัดขึ้นในรูปแบบการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค กิจกรรมส่งเสริมการขาย (Consumer Fair) โดยมีผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวจากทั้ง 5 ภาคมาร่วมออกบูธเสนอสินค้าบริการในราคาพิเศษ พร้อมจัดให้มีการเจรจาธุรกิจ (Table Top Sale) ระหว่างกัน
นอกจากนี้ยังได้คัดสรรสุดยอดแหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมการแสดงที่โดดเด่น การจำหน่ายสินค้าโอทอป อาหารและผลไม้พื้นเมือง นิทรรศการแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งกิจกรรมบันเทิงหลากรูปแบบ ตลอดการจัดงาน อาทิ การแสดงทางวัฒนธรรมจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ (จ.กาฬสินธุ์ โคราช ร้อยเอ็ด) มินิคอนเสิร์ตจาก กุ้ง สุธิราช นกน้อย อุไรพร และพี สะเดิด เป็นต้น ทั้งยังสามารถเที่ยวชมสถานที่ต่างๆภายในศูนย์ศิลปาชีพบางไทรได้โดยไม่เสีย ค่าใช้จ่าย อาทิ หมู่บ้าน 4 ภาค วังปลา สวนนก และตำหนักเจ้าแม่กวนอิม
และเพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกในการเข้าชมงาน ททท. ได้จัดรถปรับอากาศให้บริการรับ – ส่งจากบริเวณสถานีตำรวจย่อยบางซื่อ สวนจตุจักร (อยู่ตรงข้ามกรมการบินพลเรือน ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีหมอชิต) ไปยังศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน โดยจะให้บริการทุกครึ่งชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 9.30 น. – 16.30 น. และกลับจากบริเวณงาน มายังบริเวณสวนจตุจักรทุกครึ่งชั่วโมงตั้งแต่เวลา 11.00 น. - 20.00 น. รวมทั้งรถตู้ให้บริการรับ-ส่ง จากบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลพระนครศรีอยุธยา (ตลาดเจ้าพรหม) ไปยังศูนย์ศิลปาชีพบางไทร วันละ 4 เที่ยว ขาไป เวลา 09.00 น. 13.00 น. 15.00 น. และ 21.00 น. ขากลับจากศูนย์ศิลปาชีพบางไทร มายังบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลพระนครศรีอยุธยา เวลา 12.00 น. 14.00 น. 16.00 น. และ 21.00 น.(ไม่เสียค่าบริการ)
ทั้งนี้ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานพระนครศรีอยุธยา โทร. 0-35 24-6076,0-3524-6077และที่เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย โทร. 1672