17 ธ.ค. 2553 - 19 ธ.ค. 2553
จังหวัดอุบลราชธานีได้กำหนดจัดโครงการ " มหกรรมการบินเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา 83 พรรษา ( Air Show อุบลราชธานี 2010) " ในระหว่างวันที่ 17 - 19 ธันวาคม 2553 ณ ท่าอากาศยานอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี โดยจัดให้มีกิจกรรมการแสดงทั้งภาคพื้นดินและภาคอากาศ เช่น การปฏิบัติการทำฝนเทียม วิธีดับไฟป่า วิธีดับเพลิงย่านชุมชนหนาแน่น และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย
ททท.จัดเทศกาลศิลปะการแสดงริมถนนระดับโลกครั้งแรกกลางเมืองภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นบนถนนสายวัฒนธรรมย่านเมืองเก่าภูเก็ต
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ต มูลนิธิเมืองเก่าจังหวัดภูเก็ต และชมรม Old Phuket Town จัดงานPhuket Street Show Festival 2010หรือ เทศกาลศิลปะการแสดงริมถนนระดับโลกครั้งแรกกลางเมืองภูเก็ต บนถนนสายวัฒนธรรมย่านเมืองเก่าภูเก็ตให้เข้าชมฟรี ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 17-19 ธันวาคม 2553 ระหว่างเวลา 17.00 น. – 23.00 น. บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนถลาง ถนนกระบี่ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ซึ่งมีคณะนักแสดงที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกและในประเทศไทย โดยนำการแสดง Street Performance หลากหลายรูปแบบจากสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เกาหลี ญี่ปุ่น บราซิล ออสเตรเลีย และเยอรมัน รวม 16 คณะ อาทิ
คณะ Acrobuffos จากสหรัฐอเมริกาเป็นการแสดงตลกของนักสู้บอลลูนน้ำที่จะสร้างความสนุกสนานเปียกปอนทั่วตัวนักแสดงและผู้ชมถือเป็นไฮไลต์ของการจัดงานครั้งนี้
คณะการแสดง Aerial Acrobatic (Tissue Act) จากเนเธอร์แลนด์โชว์เด่นของคณะนี้เป็นการเล่นกายกรรมบนริ้วผ้าที่จะทำให้คนดูตื่นเต้นแทบลืมหายใจโดยนักแสดงจะหล่นตัว หมุนตัวอยู่เหนือผู้ชมเป็นการเดินทางจากฟ้าสู่พื้นน่าจับตา
คณะการแสดง Funniest จากเกาหลีเป็นนักแสดงคู่หูคู่ฮา ผู้เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันในทุกท่วงท่าจะมาโชว์ความสามารถที่เกิดจากการประยุกต์การแสดง Circus แบบดั้งเดิมให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมทุกผู้ทุกวัย
คณะการแสดง James จากบราซิลจะเป็นการโชว์ความสามารถระดับ BMX Champion ซึ่งหนุ่มนักแสดงจะควบจักรยาน BMX ได้ ผาดโผนโจนทะยานอย่างน่าตะลึงที่สุดคนหนึ่งของโลก
คณะการแสดง Le Tennis จากฝรั่งเศสเป็นคณะนักแสดง Trio จะมาสร้างเสียงฮาด้วยการแสดง Comedy Juggling ระดับชั้นเซียนที่จำลองเอาสนามเทนนิสสุดป่วนมาให้ทุกคนได้ดูไปขำไป
คณะ Acrobuffos จากสหรัฐอเมริกาเป็นการแสดงตลกของนักสู้บอลลูนน้ำที่จะสร้างความสนุกสนานเปียกปอนทั่วตัวนักแสดงและผู้ชมถือเป็นไฮไลต์ของการจัดงานครั้งนี้
คณะการแสดง Aerial Acrobatic (Tissue Act) จากเนเธอร์แลนด์โชว์เด่นของคณะนี้เป็นการเล่นกายกรรมบนริ้วผ้าที่จะทำให้คนดูตื่นเต้นแทบลืมหายใจโดยนักแสดงจะหล่นตัว หมุนตัวอยู่เหนือผู้ชมเป็นการเดินทางจากฟ้าสู่พื้นน่าจับตา
คณะการแสดง Funniest จากเกาหลีเป็นนักแสดงคู่หูคู่ฮา ผู้เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันในทุกท่วงท่าจะมาโชว์ความสามารถที่เกิดจากการประยุกต์การแสดง Circus แบบดั้งเดิมให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมทุกผู้ทุกวัย
คณะการแสดง James จากบราซิลจะเป็นการโชว์ความสามารถระดับ BMX Champion ซึ่งหนุ่มนักแสดงจะควบจักรยาน BMX ได้ ผาดโผนโจนทะยานอย่างน่าตะลึงที่สุดคนหนึ่งของโลก
คณะการแสดง Le Tennis จากฝรั่งเศสเป็นคณะนักแสดง Trio จะมาสร้างเสียงฮาด้วยการแสดง Comedy Juggling ระดับชั้นเซียนที่จำลองเอาสนามเทนนิสสุดป่วนมาให้ทุกคนได้ดูไปขำไป
10 ธ.ค. 2553 - 19 ธ.ค. 2553
(16.00 - 21.00)
(16.00 - 21.00)
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้กำหนดจัดงานเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง เมืองมรดกโลก เป็นประจำทุกปี โดยใช้ชื่องานว่า ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก และในการจัดงานดังกล่าวได้รวมการจัดงานกาชาดไว้ด้วยกัน ซึ่งในปี 2553 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 10-19 ธันวาคม 2553ตั้งแต่เวลา 16.00 - 21.00 น.ณ วัดหลังคาขาว (ตรงข้ามวัดมหาธาตุ) อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา มีชื่องานเต็มว่า ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยา มรดกโลกและงานกาชาด ประจำปี 2553 และมีชื่องานเป็นภาษาอังกฤษว่า Ayutthaya world Heritage and red Cross Fair 2010 สถานที่จัดงานใช้บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งการจัดงานดังกล่าวได้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยมีกิจกรรมภายในงาน ดังนี้
1. การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ
เมื่อ พ.ศ.2499 กรมศิลปากรได้ขุดพบพระบรมสารีริกธาตุในพระปรางค์วัดมหาธาตุ เป็นผอบศิลา ภายในมีสถูปซ้อนกัน 7 ชั้น แบ่งออกเป็น ชิน เงิน นาก ไม้ดำ ไม้จันทร์แดง แก้วโกเมน และทองคำ ชั้นในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องประดับอันมีค่า ปัจจุบันพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุให้ประชาชนได้สักการะบูชา ในวันที่ 6 ธันวาคม 2553 และทำพิธีทักษิณานุปทานที่วัดมหาธาตุ
เมื่อ พ.ศ.2499 กรมศิลปากรได้ขุดพบพระบรมสารีริกธาตุในพระปรางค์วัดมหาธาตุ เป็นผอบศิลา ภายในมีสถูปซ้อนกัน 7 ชั้น แบ่งออกเป็น ชิน เงิน นาก ไม้ดำ ไม้จันทร์แดง แก้วโกเมน และทองคำ ชั้นในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องประดับอันมีค่า ปัจจุบันพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุให้ประชาชนได้สักการะบูชา ในวันที่ 6 ธันวาคม 2553 และทำพิธีทักษิณานุปทานที่วัดมหาธาตุ
2. กิจกรรมการจัดแสดงแสง-เสียง และการจำลองบรรยากาศหน้างานสมัยกรุงศรีอยุธยา
ในปี 2553 ได้กำหนดให้มีการแสดงแสง-เสียงบริเวณวัดมหาธาตุ โดยเนื้อหาการแสดงเป็นการเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของพระนครศรีอยุธยา ยาวนานกว่า 417 ปี ซึ่งในปีนี้ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้จัดแสดง ซึ่งการแสดงดังกล่าวจะมีนักแสดงไม่น้อยกว่า 350-400 คน จะได้ชมความสามารถของช้างในการแสดงฉากต่าง ซึ่งในแต่ละรอบการแสดงจะสามารถจุผู้เข้าชมได้ประมาณ 2500 ที่นั่ง ในวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ จะจัดการแสดงเป็นสองรอบ วันจันทร์-วันพฤหัสบดี จำนวน 1 รอบ
ในปี 2553 ได้กำหนดให้มีการแสดงแสง-เสียงบริเวณวัดมหาธาตุ โดยเนื้อหาการแสดงเป็นการเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของพระนครศรีอยุธยา ยาวนานกว่า 417 ปี ซึ่งในปีนี้ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้จัดแสดง ซึ่งการแสดงดังกล่าวจะมีนักแสดงไม่น้อยกว่า 350-400 คน จะได้ชมความสามารถของช้างในการแสดงฉากต่าง ซึ่งในแต่ละรอบการแสดงจะสามารถจุผู้เข้าชมได้ประมาณ 2500 ที่นั่ง ในวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ จะจัดการแสดงเป็นสองรอบ วันจันทร์-วันพฤหัสบดี จำนวน 1 รอบ
รายละเอียด
เนื่องในวันออกพรรษา เทศบาลตำบลแม่สาย จัดให้มีการทำบุญตักบาตรสองแผ่นดิน (ตักบาตรเทโว) เหนือสุดในสยาม เพื่อเป็นการระลึกถึงหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์ประเพณีที่ดีงามของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวแม่สาย และชาวเมียนม่าร์ ในสองฝั่งประเทศ โดยกำหนดจัดงานทำบุญตักบาตรเทโวขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553 ณ บริเวณเชิงดอยวัดพระธาตุดอยเวา (หน้าด่านพรมแดน) เรื่อยไป จนถึงมูลนิธิกวงเม้งแม่สาย (ถนนพหลโยธินด้านทิศตะวันตก) ตั้งแต่เวลา 04.00 น.เป็นต้นไป
รายละเอียด
งานไหลเรือไฟ กาชาดนครพนม 16 - 24 ตุลาคม 2553 และงานวันอาหารโลก 17 - 24 ตุลาคม 2553 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดนครพนม และริมแม่น้ำโขงเทศบาลเมืองนครพนม ชมการแข่งขันเรือยาวในแม่น้ำโขง การแห่ปราสาทผึ้งและเรือไฟบก การประกวดลอยเรือไฟในแม่น้ำโขงในคืนวันออกพรรษา การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง การรำบูชาองค์พระธาตุพนม ซึ่งเป็นการรวมตัวของชนเผ่าพื้นเมืองต่าง ๆ รวม 7 เผ่า ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครพนม แต่งกายด้วยเสื้อผ้าประจำเผ่า และร่ายรำด้วยท่วงท่าอันงดงามเพื่อบูชาพระธาตุพนม
| ||
| - - | ||
| 0 4251 3490 – 2 | ||
รายละเอียด
จัดขึ้นในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนทุกปี ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ถึง วันแรม 8 ค่ำ เดือน 11 ในปีนี้ ตรงกับ วันที่ 19 – 31 ตุลาคม 2553 โดยความเชื่อของชาวไทยใหญ่ก่อนถึงวันงานจะมีการจัดเตรียมสร้างปราสาทจำลอง ทำด้วยโครงไม้ไผ่ ประดับลวดลายด้วยกระดาษสา กระดาษสีต่างๆ หน่อกล้วย อ้อยและโคมไฟ ตกแต่งอย่างสวยงาม เรียกว่า "จองพารา" เพื่อใช้สมมติเป็นปราสาทรับเสด็จพระพุทธเจ้าหลังจากเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จากนั้นก็จะยก "จองพารา" ขึ้นไว้นอกชายคา นอกรั้ว หรือบริเวณกลางลานทั้งที่บ้านและที่วัด โดยในช่วงเย็นวันที่ 21 ตุลาคม 2553 จะมีการแห่ขบวนจองพาราของแต่ละหมู่บ้านในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนซึ่งตกแต่งอย่างสวยงามพร้อมขบวนฟ้อนรำตั้งแต่บริเวณสะพานหน้าโรงแรมรุคส์ฮอลิเดย์ถึงบริเวณถนนสิงหนาทบำรุง ในตอนเช้าวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (23 ตุลาคม 2553) อันเป็นวันออกพรรษาตั้งแต่เช้าตรู่ประชาชนชาวไทยใหญ่ จะพร้อมใจกันตักบาตรเทโวโรหนะ บริเวณวัดพระธาตุดอยกองมู พระภิกษุ สามเณรและประชาชน
ประเพณีกินผัก ที่ชาวบ้านและชาวจีนที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตเรียกกันว่า เจี๊ยะฉ่าย นั้น เป็นลัทธิเต๋าซึ่งนับถือบูชาเซียนเทวดา เทพเจ้า วีรบุรุษ เป็นประเพณีที่คนจีนนับถือกันมาช้านานแล้ว โดยเฉพาะคนจีนฮกเกี้ยน วันประกอบพิธีจะตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำถึง 9 ค่ำ ตามปฏิทินจีนของทุกปี
ในปัจจุบันประเพณีเจี้ยะฉ่าย (กินผัก) ของชาวภูเก็ตได้มีการปฏิบัติสืบทอดกันมาทุกปีนับเวลาได้ หลายร้อยปีแล้วซึ่งถือว่าเป็นประเพณีอันดีงามและเป็นประเพณียิ่งใหญ่ของชาวภูเก็ตกับกิจกรรม อิ่มบุญ เสริมบารมี อยู่เย็นเป็นสุข ในช่วงงานประเพณี
เปิดงานวันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 เวลา 9.00 น. ณ บริเวณหน้าวัดบางพลีใหญ่ใน (วัดหลวงพ่อโต) งานมีทุกเสาร์และอาทิตย์
ตลาดโบราณบางพลี ตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของคลองสำโรง หมู่ที่ 10 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตลาดโบราณบางพลีเดิมชื่อ “ตลาดศิริโสภณ” ก่อตั้งมาเป็นเวลากว่า 150 ปี เป็นตลาดเก่าแก่ที่ยังคงบรรยากาศของวิถีชีวิตริมคลองที่เรียบง่าย เป็นเรือนแถวไม้สองชั้น หลังคาทรงปั้นหยา หลายคูหาเรียงติดต่อกัน พื้นตลาดเป็นพื้นไม้ สามารถเดินติดต่อกันได้ยาวประมาณ 500 เมตร มีร้านค้าเรียงรายตลอดทาง โดยมีสินค้าทั้งเก่าและใหม่ให้เลือกสรรอย่างหลากหลาย และด้วยความน่า
ณ ชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี วันที่ 25 กันยายน – 3 ตุลาคม 2553 ประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น กิจกรรมการนั่งเรือออกทะเลเพื่อตกหมึกด้วยเบ็ดโยทะกา บริเวณทะเลชายฝั่งชะอำ การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดๆจากทะเลชะอำ การท่องเที่ยวดูนกในเส้นทางสายธรรมชาติของ อ.ชะอำ การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP การแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงพื้นบ้าน การแสดงดนตรีและมหรสพที่สนุกสนาน ตลอดช่วงการจัดงาน
21 ก.ย. 2553 - 25 ก.ย. 2553 ณ. จังหวัดนราธิวาส
งานวันลองกอง วันกระจูด งานแข่งเรือกอและหน้าพระที่นั่งชิงถ้วยพระราชทาน การแข่งขันประชันเสียงนกกรงหัวจุก และการแข่งขันประชันเสียงนกเขาชวา
งานวันลองกอง วันกระจูด งานแข่งเรือกอและหน้าพระที่นั่งชิงถ้วยพระราชทาน การแข่งขันประชันเสียงนกกรงหัวจุก และการแข่งขันประชันเสียงนกเขาชวา
| 0 7352 2411 | |
| ส่งอีเมล | |
| เยี่ยมชมเว็บไซต์ | |
11 ก.ย. 2553 - 12 ก.ย. 2553
ณ ศูนย์การค้าหัวหิน มาร์เก็ต วิลเลจ และบริเวณชายหาดหัวหิน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ กำหนดจัดงาน Spa Festival@Hua
2 ต.ค. 2553 - 11 ต.ค. 2553
จัดบริเวณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 ในวันแรม 1 ค่ำถึงแรม 15 ค่ำเดือนสิบของทุกปี เพื่ออุทิศส่วน
จัดบริเวณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 ในวันแรม 1 ค่ำถึงแรม 15 ค่ำเดือนสิบของทุกปี เพื่ออุทิศส่วน
6 ก.ย. 2553 - 15 ก.ย. 2553
การจัดร้านนิทรรศการของดีแต่ละอำเภอ จากหน่วยงานราชการ และภาคเอกชน นิทรรศการด้านท่องเที่ยว การจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก สินค้าแปรรูปทางการเกษตร การแสดงและจำหน่ายสินค้าจาก
การจัดร้านนิทรรศการของดีแต่ละอำเภอ จากหน่วยงานราชการ และภาคเอกชน นิทรรศการด้านท่องเที่ยว การจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก สินค้าแปรรูปทางการเกษตร การแสดงและจำหน่ายสินค้าจาก
10 ก.ย. 2553 - 12 ก.ย. 2553
รายละเอียด
- ภายในงานพบอาหารไทย 4 ภาคและอาหารนานาชาติ ที่คุณ “อยากจะชิม ควรชิม และต้องชิม” กับอาหารประเภทต่างๆ หลากหลาย แต่คล้ายคลึงในแต่ละวัฒนธรรมนำเสนอใน Zone อาหาร 6 กลุ่ม
- อาหารจานขนม (น้ำตาล)
- อาหารจานผัก/เนื้อ
- อาหารจานเส้น
- อาหารจานห่อ
- อาหารจานข้าว
- อาหารจาน Herb
- อาหารจานขนม (น้ำตาล)
- อาหารจานผัก/เนื้อ
- อาหารจานเส้น
- อาหารจานห่อ
- อาหารจานข้าว
- อาหารจาน Herb
ปาย ที่เที่ยวอันดับหนึ่งของเมืองไทย
คำถามแรกสุดสำหรับสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองไทยที่คนไทยอยากไปมากที่สุดนั้น ผลสำรวจปรากฏว่า ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งที่คนอยากไปมากที่สุด แซงหน้าสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเกาะพีพี ภูเก็ต ภูกระดึง หมู่เกาะสุรินทร์ ภูสอยดาว หรือกระทั่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเชียงใหม่ซึ่งนับเป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องกันที่ ปาย ได้รับความนิยมมาเป็นอันดับหนึ่งปีใหม่ปีนี้ใครที่เบื่อรถติดที่กรุงเทพฯ คงอยากขึ้นเหนือไปแถวแม่ฮ่องสอนไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ซื้อน้ำมันงาบริสุทธิ์ แวะชิมถั่วเหลืองคั่ว และลองบรรยากาศรถติด และต่อคิวเติมน้ำมันที่ปายกันบ้าง โดยปายได้รับความนิยมที่ร้อยละ 24.82
ณ แหลมแท่น หาดบางแสน จ.ชลบุรี
วันศุกร์ เสาร์ นี้ถ้าไม่รู้จะไปเที่ยวไหนลองไปเที่ยวใก้ลๆ กรุงเทพฯกันนะขอรับ สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 60 กม.เท่านั้น ลองไปดู ไปกิน และแวะพักผ่อน วันหยุดสุปดาห์ ใก้ลๆ ไปเย็นวันศุกร์ กลับสายๆ วันอาทิตย์ พร้อมกับอาหารทะเล ติดไม้ติดมือกลับบ้านกัน และที่นี่ก็คือ.............
วันศุกร์ เสาร์ นี้ถ้าไม่รู้จะไปเที่ยวไหนลองไปเที่ยวใก้ลๆ กรุงเทพฯกันนะขอรับ สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 60 กม.เท่านั้น ลองไปดู ไปกิน และแวะพักผ่อน วันหยุดสุปดาห์ ใก้ลๆ ไปเย็นวันศุกร์ กลับสายๆ วันอาทิตย์ พร้อมกับอาหารทะเล ติดไม้ติดมือกลับบ้านกัน และที่นี่ก็คือ.............
งานประเพณีบุญหลวงการละเล่นผีตาโขน
วันที่ 12 - 14 มิถุนายน 2553
สถานที่ บริเวณวัดโพนชัยและหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
ผีตาโขน เป็นการละเล่นชนิดหนึ่งของคนอีสาน ผู้เล่นจะสวมหน้ากากและแต่งตัวให้หน้ากลัว แต่ไม่ใช่การเชิญผีมาเข้าทรง เป็นการเล่นตลกอย่างหนึ่ง ในอดีตคนอีสานนิยมเล่นผีตาโขนในงานบุญบั้งไฟ และงานบุญผะเหวด(พระเวส)มาโดยตลอด เหตุที่มีขบวนแห่ผีตาโขน เพราะมีความเชื่อว่าเมื่อพระเจ้ากรุงสัญชัยกับพระนางผุสดีไปเชิญพระเวสสันดร และพระนางมัทรีกลับเมือง ขบวนแห่แหนเข้าเมือง มีคนป่าหรือผีป่าที่เคยปรนนิบัติและเคารพรักพระเวสสันดรร่วมขบวนมาส่งด้วย
ผีตาโขน ในขบวนแห่จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก
ผีตาโขนใหญ่ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่างหน้าตาด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เวลาแห่ คนเล่นจะต้องเข้าไปอยู่ข้างในตัวหุ่น แต่ละปีจะทำผีตาโขนใหญ่เพียง 2 ตัวผีตาโขนชาย1ตัว หญิง1ตัว สังเกตจากเครื่องเพศปรากฏชัดเจนที่ตัวหุ่น ผู้มีหน้าที่ทำผีตาโขนใหญ่จะมีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะคนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำต้องได้รับอนุญาตจากผีหรือเจ้าก่อน ถ้าได้รับอนุญาตแล้วต้องทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี
ผีตาโขนเล็ก ทุกคนไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่ หญิงหรือชาย มีสิทธิ์ทำและเข้าร่วมสนุกได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซน
หน้ากากผีตาโขน หน้ากากผีตาโขนเล็ก ทำจากส่วนที่เป็นโคนของก้านมะพร้าวและหวดนึ่งข้าวเหนียว โดยนำมาเย็บติดกันแล้วเขียนหน้าตา ทำจมูกเหมือนผี ส่วนชุดแต่งกายของผีมักมีสีฉูดฉาดบาดตา โดยอาจเย็บเศษผ้าเป็นเสื้อตัวกางเกงตัวหรือเย็บเป็นชุดติดกันตลอดตัวก็ได้ ข้อสำคัญคือต้องคลุมร่างกายให้มิดชิด
ส่วนเครื่องแต่งตัวประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของผีตาโขนคือ"หมากกะ แหล่ง"และดาบไม้
หมากกะแหล่ง คือเครื่องดนตรีรูปร่างคล้ายกระดิ่งหรือกระดึงแขวนคอวัว ผีตาโขนจะใช้หมากกะแหล่งแขวนติดบั้นเอวเมื่อเดินโยกตัวหรือเต้นเป็นจังหวะ ขย่มตัวสายสะโพกเสียงหมากกะแหล่งก็จะดังเสียงน่าฟังและน่าสนุกสนาน
ดาบไม้ เป็นอาวุธประจำกายผีตาโขนไม่ได้เอาไว้รบกัน แต่เอาไว้ควงหลอกล่อและไล่จิ้มก้นสาวๆ ซึ่งก็จะร้องวิ๊ดว้ายหนีกันจ้าละหวั่น ทั้งอายทั้งขำ แต่ไม่มีใครถือสา เพราะเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมา เหตุที่วิ่งหนีเพราะปลายดาบนั้นแกะสลักเป็นรูปอวัยวะเพศชายแถมทาสีแดงให้ เห็นอย่างเด่นชัด การเล่นแบบนี้ไม่ถือเป็นเรื่องหยาบ หรือลามกเพราะมีความเชื่อกันว่าหากเล่นตลกและนำอวัยวะเพศชายหญิงมาเล่นมา โชว์ในพิธีแห่และงานบุญบั้งไฟจะทำให้พญาแถนพอใจ ฝนจะตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์
งานบุญหลวงประเพณีผีตาโขนของอำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย เป็นประเพณีสำคัญ เพราะอยู่ในฮิดสิบสองเดือนสี่งานบุญผะเหวด (พระเวส) แห่ผีตาโขนแม้จะมีเล่นในอีสานถิ่นอื่นบ้าง แต่ที่วัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยเป็นที่รู้จักและจะยังคงอยู่คู่กับ "พระธาตุศรีสองรัก" ตลอดไป
วันที่ 12 - 14 มิถุนายน 2553
สถานที่ บริเวณวัดโพนชัยและหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
ผีตาโขน เป็นการละเล่นชนิดหนึ่งของคนอีสาน ผู้เล่นจะสวมหน้ากากและแต่งตัวให้หน้ากลัว แต่ไม่ใช่การเชิญผีมาเข้าทรง เป็นการเล่นตลกอย่างหนึ่ง ในอดีตคนอีสานนิยมเล่นผีตาโขนในงานบุญบั้งไฟ และงานบุญผะเหวด(พระเวส)มาโดยตลอด เหตุที่มีขบวนแห่ผีตาโขน เพราะมีความเชื่อว่าเมื่อพระเจ้ากรุงสัญชัยกับพระนางผุสดีไปเชิญพระเวสสันดร และพระนางมัทรีกลับเมือง ขบวนแห่แหนเข้าเมือง มีคนป่าหรือผีป่าที่เคยปรนนิบัติและเคารพรักพระเวสสันดรร่วมขบวนมาส่งด้วย
ผีตาโขน ในขบวนแห่จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก
ผีตาโขนใหญ่ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่างหน้าตาด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เวลาแห่ คนเล่นจะต้องเข้าไปอยู่ข้างในตัวหุ่น แต่ละปีจะทำผีตาโขนใหญ่เพียง 2 ตัวผีตาโขนชาย1ตัว หญิง1ตัว สังเกตจากเครื่องเพศปรากฏชัดเจนที่ตัวหุ่น ผู้มีหน้าที่ทำผีตาโขนใหญ่จะมีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะคนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำต้องได้รับอนุญาตจากผีหรือเจ้าก่อน ถ้าได้รับอนุญาตแล้วต้องทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี
ผีตาโขนเล็ก ทุกคนไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่ หญิงหรือชาย มีสิทธิ์ทำและเข้าร่วมสนุกได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซน
หน้ากากผีตาโขน หน้ากากผีตาโขนเล็ก ทำจากส่วนที่เป็นโคนของก้านมะพร้าวและหวดนึ่งข้าวเหนียว โดยนำมาเย็บติดกันแล้วเขียนหน้าตา ทำจมูกเหมือนผี ส่วนชุดแต่งกายของผีมักมีสีฉูดฉาดบาดตา โดยอาจเย็บเศษผ้าเป็นเสื้อตัวกางเกงตัวหรือเย็บเป็นชุดติดกันตลอดตัวก็ได้ ข้อสำคัญคือต้องคลุมร่างกายให้มิดชิด
ส่วนเครื่องแต่งตัวประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของผีตาโขนคือ"หมากกะ แหล่ง"และดาบไม้
หมากกะแหล่ง คือเครื่องดนตรีรูปร่างคล้ายกระดิ่งหรือกระดึงแขวนคอวัว ผีตาโขนจะใช้หมากกะแหล่งแขวนติดบั้นเอวเมื่อเดินโยกตัวหรือเต้นเป็นจังหวะ ขย่มตัวสายสะโพกเสียงหมากกะแหล่งก็จะดังเสียงน่าฟังและน่าสนุกสนาน
ดาบไม้ เป็นอาวุธประจำกายผีตาโขนไม่ได้เอาไว้รบกัน แต่เอาไว้ควงหลอกล่อและไล่จิ้มก้นสาวๆ ซึ่งก็จะร้องวิ๊ดว้ายหนีกันจ้าละหวั่น ทั้งอายทั้งขำ แต่ไม่มีใครถือสา เพราะเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมา เหตุที่วิ่งหนีเพราะปลายดาบนั้นแกะสลักเป็นรูปอวัยวะเพศชายแถมทาสีแดงให้ เห็นอย่างเด่นชัด การเล่นแบบนี้ไม่ถือเป็นเรื่องหยาบ หรือลามกเพราะมีความเชื่อกันว่าหากเล่นตลกและนำอวัยวะเพศชายหญิงมาเล่นมา โชว์ในพิธีแห่และงานบุญบั้งไฟจะทำให้พญาแถนพอใจ ฝนจะตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์
งานบุญหลวงประเพณีผีตาโขนของอำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย เป็นประเพณีสำคัญ เพราะอยู่ในฮิดสิบสองเดือนสี่งานบุญผะเหวด (พระเวส) แห่ผีตาโขนแม้จะมีเล่นในอีสานถิ่นอื่นบ้าง แต่ที่วัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยเป็นที่รู้จักและจะยังคงอยู่คู่กับ "พระธาตุศรีสองรัก" ตลอดไป
| สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย โทร. 0 4289 1266 |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)























