ส.ค.ส. พระราชทาน ๒๕๕๔

มหกรรม Air Show อุบลราชธานี 2010

17 ธ.ค. 2553 - 19 ธ.ค. 2553



จังหวัดอุบลราชธานีได้กำหนดจัดโครงการ " มหกรรมการบินเฉลิมพระเกียรติพระชนมพรรษา 83 พรรษา ( Air Show อุบลราชธานี 2010) " ในระหว่างวันที่ 17 - 19 ธันวาคม 2553 ณ ท่าอากาศยานอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี โดยจัดให้มีกิจกรรมการแสดงทั้งภาคพื้นดินและภาคอากาศ เช่น การปฏิบัติการทำฝนเทียม วิธีดับไฟป่า วิธีดับเพลิงย่านชุมชนหนาแน่น และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย

Phuket Street Show Festival 2010

ททท.จัดเทศกาลศิลปะการแสดงริมถนนระดับโลกครั้งแรกกลางเมืองภูเก็ตต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นบนถนนสายวัฒนธรรมย่านเมืองเก่าภูเก็ต
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต ร่วมกับเทศบาลนครภูเก็ต มูลนิธิเมืองเก่าจังหวัดภูเก็ต และชมรม Old Phuket Town จัดงานPhuket Street Show Festival 2010หรือ เทศกาลศิลปะการแสดงริมถนนระดับโลกครั้งแรกกลางเมืองภูเก็ต บนถนนสายวัฒนธรรมย่านเมืองเก่าภูเก็ตให้เข้าชมฟรี ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 17-19 ธันวาคม 2553 ระหว่างเวลา 17.00 น. – 23.00 น. บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ถนนถลาง ถนนกระบี่ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ซึ่งมีคณะนักแสดงที่มีชื่อเสียงจากทั่วโลกและในประเทศไทย โดยนำการแสดง Street Performance หลากหลายรูปแบบจากสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ เกาหลี ญี่ปุ่น บราซิล ออสเตรเลีย และเยอรมัน รวม 16 คณะ อาทิ 
คณะ Acrobuffos จากสหรัฐอเมริกาเป็นการแสดงตลกของนักสู้บอลลูนน้ำที่จะสร้างความสนุกสนานเปียกปอนทั่วตัวนักแสดงและผู้ชมถือเป็นไฮไลต์ของการจัดงานครั้งนี้ 
คณะการแสดง Aerial Acrobatic (Tissue Act) จากเนเธอร์แลนด์โชว์เด่นของคณะนี้เป็นการเล่นกายกรรมบนริ้วผ้าที่จะทำให้คนดูตื่นเต้นแทบลืมหายใจโดยนักแสดงจะหล่นตัว หมุนตัวอยู่เหนือผู้ชมเป็นการเดินทางจากฟ้าสู่พื้นน่าจับตา
คณะการแสดง Funniest จากเกาหลีเป็นนักแสดงคู่หูคู่ฮา ผู้เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันในทุกท่วงท่าจะมาโชว์ความสามารถที่เกิดจากการประยุกต์การแสดง Circus แบบดั้งเดิมให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อเรียกรอยยิ้มจากผู้ชมทุกผู้ทุกวัย 
คณะการแสดง James จากบราซิลจะเป็นการโชว์ความสามารถระดับ BMX Champion ซึ่งหนุ่มนักแสดงจะควบจักรยาน BMX ได้ ผาดโผนโจนทะยานอย่างน่าตะลึงที่สุดคนหนึ่งของโลก 
คณะการแสดง Le Tennis จากฝรั่งเศสเป็นคณะนักแสดง Trio จะมาสร้างเสียงฮาด้วยการแสดง Comedy Juggling ระดับชั้นเซียนที่จำลองเอาสนามเทนนิสสุดป่วนมาให้ทุกคนได้ดูไปขำไป

เมืองฮาเลลูย่า ดินแดน Avatar ที่มีอยู่จริงในประเทศ จีน



งานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก และงานกาชาด

10 ธ.ค. 2553 - 19 ธ.ค. 2553
(16.00 - 21.00)



จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้กำหนดจัดงานเพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง เมืองมรดกโลก เป็นประจำทุกปี โดยใช้ชื่องานว่า ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก และในการจัดงานดังกล่าวได้รวมการจัดงานกาชาดไว้ด้วยกัน  ซึ่งในปี 2553 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 10-19  ธันวาคม 2553ตั้งแต่เวลา 16.00 - 21.00 น.ณ วัดหลังคาขาว (ตรงข้ามวัดมหาธาตุ) อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา มีชื่องานเต็มว่า ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยา  มรดกโลกและงานกาชาด ประจำปี 2553 และมีชื่องานเป็นภาษาอังกฤษว่า Ayutthaya world Heritage and red Cross Fair 2010 สถานที่จัดงานใช้บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งการจัดงานดังกล่าวได้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้  โดยมีกิจกรรมภายในงาน  ดังนี้
1. การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ   
เมื่อ พ.ศ.2499 กรมศิลปากรได้ขุดพบพระบรมสารีริกธาตุในพระปรางค์วัดมหาธาตุ เป็นผอบศิลา ภายในมีสถูปซ้อนกัน 7 ชั้น แบ่งออกเป็น ชิน เงิน นาก ไม้ดำ ไม้จันทร์แดง แก้วโกเมน และทองคำ ชั้นในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องประดับอันมีค่า ปัจจุบันพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา          
เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุให้ประชาชนได้สักการะบูชา  ในวันที่ 6 ธันวาคม 2553  และทำพิธีทักษิณานุปทานที่วัดมหาธาตุ


2. กิจกรรมการจัดแสดงแสง-เสียง และการจำลองบรรยากาศหน้างานสมัยกรุงศรีอยุธยา
ในปี 2553 ได้กำหนดให้มีการแสดงแสง-เสียงบริเวณวัดมหาธาตุ  โดยเนื้อหาการแสดงเป็นการเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของพระนครศรีอยุธยา ยาวนานกว่า 417 ปี  ซึ่งในปีนี้ได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา  เป็นผู้จัดแสดง   ซึ่งการแสดงดังกล่าวจะมีนักแสดงไม่น้อยกว่า 350-400 คน  จะได้ชมความสามารถของช้างในการแสดงฉากต่าง  ซึ่งในแต่ละรอบการแสดงจะสามารถจุผู้เข้าชมได้ประมาณ 2500 ที่นั่ง ในวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ จะจัดการแสดงเป็นสองรอบ  วันจันทร์-วันพฤหัสบดี  จำนวน 1 รอบ

มรดกโลก แห่งใหม่ของจีน

มาดูมรดกโลกแห่งใหม่ของจีน กันขอรับ บ้านเราไม่เห็นมีใครทำแบบนี้บ้างเลย หลายที่ทำได้นะขอรับ 





ทำบุญตักบาตรสองแผ่นดิน เหนือสุดในสยาม


รายละเอียด
เนื่องในวันออกพรรษา  เทศบาลตำบลแม่สาย จัดให้มีการทำบุญตักบาตรสองแผ่นดิน (ตักบาตรเทโว)  เหนือสุดในสยาม เพื่อเป็นการระลึกถึงหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดจนเป็นการอนุรักษ์ประเพณีที่ดีงามของพุทธศาสนิกชนทั้งชาวแม่สาย และชาวเมียนม่าร์ ในสองฝั่งประเทศ โดยกำหนดจัดงานทำบุญตักบาตรเทโวขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553 ณ บริเวณเชิงดอยวัดพระธาตุดอยเวา (หน้าด่านพรมแดน) เรื่อยไป จนถึงมูลนิธิกวงเม้งแม่สาย (ถนนพหลโยธินด้านทิศตะวันตก) ตั้งแต่เวลา 04.00 น.เป็นต้นไป

งานประเพณีไหลเรือไฟ นครพนม ปี 2553





รายละเอียด


    งานไหลเรือไฟ กาชาดนครพนม 16 - 24 ตุลาคม 2553 และงานวันอาหารโลก 17 - 24 ตุลาคม 2553 ณ ศูนย์ราชการจังหวัดนครพนม และริมแม่น้ำโขงเทศบาลเมืองนครพนม ชมการแข่งขันเรือยาวในแม่น้ำโขง การแห่ปราสาทผึ้งและเรือไฟบก การประกวดลอยเรือไฟในแม่น้ำโขงในคืนวันออกพรรษา การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง การรำบูชาองค์พระธาตุพนม ซึ่งเป็นการรวมตัวของชนเผ่าพื้นเมืองต่าง ๆ รวม 7 เผ่า ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครพนม แต่งกายด้วยเสื้อผ้าประจำเผ่า และร่ายรำด้วยท่วงท่าอันงดงามเพื่อบูชาพระธาตุพนม



ททท.สำนักงานนครพนม
- -
0 4251 3490 – 2

ประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด ปี 2553





รายละเอียด


จัดขึ้นในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนทุกปี ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ถึง วันแรม 8 ค่ำ เดือน 11 ในปีนี้   ตรงกับ วันที่ 19 – 31 ตุลาคม 2553 โดยความเชื่อของชาวไทยใหญ่ก่อนถึงวันงานจะมีการจัดเตรียมสร้างปราสาทจำลอง ทำด้วยโครงไม้ไผ่ ประดับลวดลายด้วยกระดาษสา กระดาษสีต่างๆ หน่อกล้วย อ้อยและโคมไฟ ตกแต่งอย่างสวยงาม เรียกว่า "จองพารา"  เพื่อใช้สมมติเป็นปราสาทรับเสด็จพระพุทธเจ้าหลังจากเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  จากนั้นก็จะยก "จองพารา" ขึ้นไว้นอกชายคา นอกรั้ว หรือบริเวณกลางลานทั้งที่บ้านและที่วัด โดยในช่วงเย็นวันที่  21 ตุลาคม 2553 จะมีการแห่ขบวนจองพาราของแต่ละหมู่บ้านในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนซึ่งตกแต่งอย่างสวยงามพร้อมขบวนฟ้อนรำตั้งแต่บริเวณสะพานหน้าโรงแรมรุคส์ฮอลิเดย์ถึงบริเวณถนนสิงหนาทบำรุง ในตอนเช้าวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (23 ตุลาคม 2553) อันเป็นวันออกพรรษาตั้งแต่เช้าตรู่ประชาชนชาวไทยใหญ่ จะพร้อมใจกันตักบาตรเทโวโรหนะ บริเวณวัดพระธาตุดอยกองมู พระภิกษุ สามเณรและประชาชน

ประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ปี 2553



ประเพณีกินผัก ที่ชาวบ้านและชาวจีนที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ตเรียกกันว่า เจี๊ยะฉ่าย นั้น เป็นลัทธิเต๋าซึ่งนับถือบูชาเซียนเทวดา เทพเจ้า วีรบุรุษ เป็นประเพณีที่คนจีนนับถือกันมาช้านานแล้ว โดยเฉพาะคนจีนฮกเกี้ยน วันประกอบพิธีจะตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำถึง 9 ค่ำ ตามปฏิทินจีนของทุกปี
ในปัจจุบันประเพณีเจี้ยะฉ่าย (กินผัก) ของชาวภูก็ตได้มีการปฏิบัติสืบทอดกันมาทุกปีนับเวลาได้ หลายร้อยปีแล้วซึ่งถือว่าเป็นประเพณีอันดีงามและเป็นประเพณียิ่งใหญ่ของชาวภูเก็ตกับกิจกรรม อิ่มบุญ เสริมบารมี อยู่เย็นเป็นสุข ในช่วงงานประเพณี

งานร่วมรำลึก ตำนาน-วันวาน ตลาดโบราณบางพลี



เปิดงานวันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 เวลา 9.00 น. ณ บริเวณหน้าวัดบางพลีใหญ่ใน (วัดหลวงพ่อโต) งานมีทุกเสาร์และอาทิตย์



ตลาดโบราณบางพลี ตั้งอยู่บนฝั่งเหนือของคลองสำโรง หมู่ที่ 10 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตลาดโบราณบางพลีเดิมชื่อ “ตลาดศิริโสภณ” ก่อตั้งมาเป็นเวลากว่า 150 ปี เป็นตลาดเก่าแก่ที่ยังคงบรรยากาศของวิถีชีวิตริมคลองที่เรียบง่าย เป็นเรือนแถวไม้สองชั้น หลังคาทรงปั้นหยา หลายคูหาเรียงติดต่อกัน พื้นตลาดเป็นพื้นไม้ สามารถเดินติดต่อกันได้ยาวประมาณ 500 เมตร มีร้านค้าเรียงรายตลอดทาง โดยมีสินค้าทั้งเก่าและใหม่ให้เลือกสรรอย่างหลากหลาย และด้วยความน่า



เทศกาลกินหอย ดูนก ตกหมึก ประจำปี 2553


ณ ชายหาดชะอำ  อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี วันที่ 25 กันยายน – 3 ตุลาคม 2553 ประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น กิจกรรมการนั่งเรือออกทะเลเพื่อตกหมึกด้วยเบ็ดโยทะกา บริเวณทะเลชายฝั่งชะอำ  การออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสดๆจากทะเลชะอำ  การท่องเที่ยวดูนกในเส้นทางสายธรรมชาติของ อ.ชะอำ การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP การแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงพื้นบ้าน การแสดงดนตรีและมหรสพที่สนุกสนาน  ตลอดช่วงการจัดงาน

ประเพณีแข่งเรือกอและ เรือยาว เรือกอยอง ชิงถ้วยพระราชทาน

 21 ก.ย. 2553 - 25 ก.ย. 2553 ณ. จังหวัดนราธิวาส

งานวันลองกอง วันกระจูด งานแข่งเรือกอและหน้าพระที่นั่งชิงถ้วยพระราชทาน การแข่งขันประชันเสียงนกกรงหัวจุก และการแข่งขันประชันเสียงนกเขาชวา 




0 7352 2411
ส่งอีเมล
เยี่ยมชมเว็บไซต์
   

Spa Festival@Hua Hin & Prachuap Khiri Khan


 11 ก.ย. 2553 - 12 ก.ย. 2553

ณ ศูนย์การค้าหัวหิน มาร์เก็ต วิลเลจ และบริเวณชายหาดหัวหิน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ กำหนดจัดงาน Spa Festival@Hua

ประเพณีบุญสารทเดือนสิบ ปี 2553

 2 ต.ค. 2553 - 11 ต.ค. 2553

จัดบริเวณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 ในวันแรม 1 ค่ำถึงแรม 15 ค่ำเดือนสิบของทุกปี เพื่ออุทิศส่วน

เทศกาลลางสาดหวาน และมหกรรมของดีเมืองอุตรดิตถ์

6 ก.ย. 2553 - 15 ก.ย. 2553

การจัดร้านนิทรรศการของดีแต่ละอำเภอ จากหน่วยงานราชการ และภาคเอกชน นิทรรศการด้านท่องเที่ยว การจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก สินค้าแปรรูปทางการเกษตร การแสดงและจำหน่ายสินค้าจาก

เทศกาลอาหารนานาชาติและอาหารไทย 4 ภาค


10 ก.ย. 2553 - 12 ก.ย. 2553
รายละเอียด

- ภายในงานพบอาหารไทย 4 ภาคและอาหารนานาชาติ ที่คุณ “อยากจะชิม ควรชิม และต้องชิม” กับอาหารประเภทต่างๆ หลากหลาย แต่คล้ายคลึงในแต่ละวัฒนธรรมนำเสนอใน Zone อาหาร 6 กลุ่ม 
- อาหารจานขนม (น้ำตาล) 
- อาหารจานผัก/เนื้อ 
- อาหารจานเส้น 
- อาหารจานห่อ 
- อาหารจานข้าว 
- อาหารจาน Herb

10 สุดยอดท่องเที่ยวของเมืองไทย


 
ปาย ที่เที่ยวอันดับหนึ่งของเมืองไทย
คำถามแรกสุดสำหรับสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองไทยที่คนไทยอยากไปมากที่สุดนั้น ผลสำรวจปรากฏว่า ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งที่คนอยากไปมากที่สุด แซงหน้าสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเกาะพีพี ภูเก็ต ภูกระดึง หมู่เกาะสุรินทร์ ภูสอยดาว หรือกระทั่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเชียงใหม่ซึ่งนับเป็นปีที่ 2 ต่อเนื่องกันที่ ปาย ได้รับความนิยมมาเป็นอันดับหนึ่งปีใหม่ปีนี้ใครที่เบื่อรถติดที่กรุงเทพฯ คงอยากขึ้นเหนือไปแถวแม่ฮ่องสอนไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ซื้อน้ำมันงาบริสุทธิ์ แวะชิมถั่วเหลืองคั่ว และลองบรรยากาศรถติด และต่อคิวเติมน้ำมันที่ปายกันบ้าง โดยปายได้รับความนิยมที่ร้อยละ 24.82

งานมนต์เสน่ห์แหลมแท่น แสนมหัศจรรย์อาหารทะเลปี 2553

ณ แหลมแท่น หาดบางแสน จ.ชลบุรี




      วันศุกร์ เสาร์ นี้ถ้าไม่รู้จะไปเที่ยวไหนลองไปเที่ยวใก้ลๆ กรุงเทพฯกันนะขอรับ สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 60 กม.เท่านั้น ลองไปดู ไปกิน และแวะพักผ่อน วันหยุดสุปดาห์ ใก้ลๆ ไปเย็นวันศุกร์ กลับสายๆ วันอาทิตย์ พร้อมกับอาหารทะเล ติดไม้ติดมือกลับบ้านกัน และที่นี่ก็คือ.............

งานประเพณีบุญหลวงการละเล่นผีตาโขน

งานประเพณีบุญหลวงการละเล่นผีตาโขน
วันที่ 12 - 14 มิถุนายน 2553
สถานที่ บริเวณวัดโพนชัยและหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย




ผีตาโขน เป็นการละเล่นชนิดหนึ่งของคนอีสาน ผู้เล่นจะสวมหน้ากากและแต่งตัวให้หน้ากลัว แต่ไม่ใช่การเชิญผีมาเข้าทรง เป็นการเล่นตลกอย่างหนึ่ง ในอดีตคนอีสานนิยมเล่นผีตาโขนในงานบุญบั้งไฟ และงานบุญผะเหวด(พระเวส)มาโดยตลอด เหตุที่มีขบวนแห่ผีตาโขน เพราะมีความเชื่อว่าเมื่อพระเจ้ากรุงสัญชัยกับพระนางผุสดีไปเชิญพระเวสสันดร และพระนางมัทรีกลับเมือง ขบวนแห่แหนเข้าเมือง มีคนป่าหรือผีป่าที่เคยปรนนิบัติและเคารพรักพระเวสสันดรร่วมขบวนมาส่งด้วย


ผีตาโขน ในขบวนแห่จะแยกเป็น 2 ชนิดคือ ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก

ผีตาโขนใหญ่ ทำเป็นหุ่นรูปผีทำจากไม้ไผ่สานมีขนาดใหญ่กว่าคนธรรมดาประมาณ 2 เท่าประดับตกแต่งรูปร่างหน้าตาด้วยเศษวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เวลาแห่ คนเล่นจะต้องเข้าไปอยู่ข้างในตัวหุ่น แต่ละปีจะทำผีตาโขนใหญ่เพียง 2 ตัวผีตาโขนชาย1ตัว หญิง1ตัว สังเกตจากเครื่องเพศปรากฏชัดเจนที่ตัวหุ่น ผู้มีหน้าที่ทำผีตาโขนใหญ่จะมีเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เพราะคนอื่นไม่มีสิทธิ์ทำต้องได้รับอนุญาตจากผีหรือเจ้าก่อน ถ้าได้รับอนุญาตแล้วต้องทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี

ผีตาโขนเล็ก ทุกคนไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่ หญิงหรือชาย มีสิทธิ์ทำและเข้าร่วมสนุกได้ทุกคน แต่ผู้หญิงไม่ค่อยเข้าร่วมเพราะเป็นการเล่นค่อนข้างผาดโผนและซุกซน

หน้ากากผีตาโขน หน้ากากผีตาโขนเล็ก ทำจากส่วนที่เป็นโคนของก้านมะพร้าวและหวดนึ่งข้าวเหนียว โดยนำมาเย็บติดกันแล้วเขียนหน้าตา ทำจมูกเหมือนผี ส่วนชุดแต่งกายของผีมักมีสีฉูดฉาดบาดตา โดยอาจเย็บเศษผ้าเป็นเสื้อตัวกางเกงตัวหรือเย็บเป็นชุดติดกันตลอดตัวก็ได้ ข้อสำคัญคือต้องคลุมร่างกายให้มิดชิด


ส่วนเครื่องแต่งตัวประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของผีตาโขนคือ"หมากกะ แหล่ง"และดาบไม้

หมากกะแหล่ง คือเครื่องดนตรีรูปร่างคล้ายกระดิ่งหรือกระดึงแขวนคอวัว ผีตาโขนจะใช้หมากกะแหล่งแขวนติดบั้นเอวเมื่อเดินโยกตัวหรือเต้นเป็นจังหวะ ขย่มตัวสายสะโพกเสียงหมากกะแหล่งก็จะดังเสียงน่าฟังและน่าสนุกสนาน

ดาบไม้ เป็นอาวุธประจำกายผีตาโขนไม่ได้เอาไว้รบกัน แต่เอาไว้ควงหลอกล่อและไล่จิ้มก้นสาวๆ ซึ่งก็จะร้องวิ๊ดว้ายหนีกันจ้าละหวั่น ทั้งอายทั้งขำ แต่ไม่มีใครถือสา เพราะเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมา เหตุที่วิ่งหนีเพราะปลายดาบนั้นแกะสลักเป็นรูปอวัยวะเพศชายแถมทาสีแดงให้ เห็นอย่างเด่นชัด การเล่นแบบนี้ไม่ถือเป็นเรื่องหยาบ หรือลามกเพราะมีความเชื่อกันว่าหากเล่นตลกและนำอวัยวะเพศชายหญิงมาเล่นมา โชว์ในพิธีแห่และงานบุญบั้งไฟจะทำให้พญาแถนพอใจ ฝนจะตกต้องตามฤดูกาล พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์

งานบุญหลวงประเพณีผีตาโขนของอำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย เป็นประเพณีสำคัญ เพราะอยู่ในฮิดสิบสองเดือนสี่งานบุญผะเหวด (พระเวส) แห่ผีตาโขนแม้จะมีเล่นในอีสานถิ่นอื่นบ้าง แต่ที่วัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยเป็นที่รู้จักและจะยังคงอยู่คู่กับ "พระธาตุศรีสองรัก" ตลอดไป

 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
ที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย โทร. 0 4289 1266